[NEW] : YOU must be MINE ~intro~
posted on 26 May 2011 01:25 by me-no-wonderland in Fanfiction.
ก่อนอื่น F5 โล้ดค่ะ
เรายกเอาธีมเก่าจากอีกบล๊อกมาที่บล๊อกนี้
เพราะชุดนักเรียนบนเฮดนั้นมันเป็นชุดสำหรับฟิคเรื่อง Endless Love พอดี แหะๆ
ไม่ได้อัพนานจนร้างละ (หัวเราะ) งานยุ่งหัวหมุนสุดๆ
แต่ก็อยากจะพ่นพล๊อต Intro เรื่องที่คิดได้ไว้ให้อยากแล้วจากไป ฮ่าา
อันนี้ Intro ของฟิคเรื่องใหม่ที่เราพล๊อตได้ในระหว่างที่มันกำลังทำงานนะคะ
ฟิคเก่าขอค้างไว้ก่อน (//โดนอะไรหลายอย่างปลิวมากระแทกหัว)
YOU must be MINE ~INTRO~
เสียงฝีเท้าซึ่งก้าวเดินไปอย่างไม่ค่อยเป็นจังหวะมากนักของคน 2 คนดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินที่ไร้ซึ่งผู้คน ...แพรผมยาวสลวยสีชาพลิ้วไปเป็นระรอกตามจังหวะก้าวเดินของเจ้าตัว และสองขาซึ่งสูงยาวกว่าเมื่อก่อนก็ยิ่งสับถี่ยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินสีฝีเท้าที่ตามไล่หลังตนมาดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
แน่นอนว่าอาการก้มหน้าก้มตาซอยเท่าหนีของคนตรงหน้า ทำให้หนุ่มน้อยผู้ตามอยู่รู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อย แม้อาการดังกล่าวจะไม่แสดงออกมาให้เห็นบนใบหน้างามนี้เลยก็ตาม ...เด็กหนุ่มผู้อยู่ในเครื่องแบบหน่วยลอบสังหารของแฟมิลี่รีบรุดเข้าไปจับข้อมือบอบบางของอีกฝ่ายไว้ได้ทัน และนั่นก็ทำให้เจ้าของข้อมือบางๆนั้นชะงักลงแล้วหันกลับมามอง
ดวงตาสงบนิ่งสีเขียวครามกับนัยน์ตานภาสีงามสบประสานกัน
ยิ่งเห็นดวงหน้าหวานของร่างบางที่กำลังฉายแววสับสนว้าวุ่นใจนั่นแล้ว เขาเองก็ทนเก็บความยุ่งเหยิงภายใจอกไว้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน ...มือบางที่พยายามดึงออกถูกกระชับไว้แน่น และน้ำเสียงนิ่งเรียบทว่ากึกก้องก็เอ่ยขึ้น “เลิกหลบหน้าMeซักทีสิครับ”
เมื่อเห็นว่านัยน์ตาสีฟ้าคู่งามของคนตรงหน้าเลื่อนหลบสายตาตน หนุ่มน้อยจึงออกแรงฉุดให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ เนตรสีใบไม้จดจ้องใบหน้าขาวผ่องซึ่งกำลังขึ้นสีเลือดฝาดระรื่อไปทั้งปรางค์แก้มอย่างไม่ละสายตาไปทางไหน
“ป...ปล่อยผมเถอะครับ ถ้าคนอื่นมาเห็น เดี๋ยวจะถูกเข้าใจผิด” เสียงหวานของร่างบอบบางเจ้าของแพรผมสีชาเอ่ยสั่นๆ
“หึ...คนอื่น?” หนุ่มน้อยหัวเราะในลำคอ ใบหน้าที่เรียบนิ่งมานานเริ่มมีรอยยิ้มฉายแววอย่างผู้กำชัยประดับอยู่ที่มุมปาก ”คนอื่นที่ว่าน่ะ รวมไปถึงวองโกเล่รุ่นที่ 10 ด้วยรึเปล่าล่ะครับ?”
“ม...!?”
ไม่รอช้าให้อีกฝ่ายได้ปริปากเถียง เมื่อเห็นว่าดวงหน้าหวานแสดงอาการตกใจ ฝ่ามือบางจึงเอื้อมขึ้นรั้งท้ายทอยให้ร่างบางที่มีส่วนสูงมากกว่าตนต้องก้มลงมากะทันหัน ...และริมฝีปากสีอ่อนก็ถูกครอบครอง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก...
ไม่ใช่ครั้งแรก
แผ่นอกบางทว่าแสนแกร่งถูกผลักออกอย่างแรงไม่น้อย ทำให้เด็กหนุ่มผู้สวมหมวกกบใบโตก้าวถอยไปตามแรงผลักไส หากแต่เมื่อเขาช้อนนัยน์ตาสีเขียวครามขึ้นมองคนตรงหน้า เขาก็ได้เห็นหยาดน้ำตาใสๆร่วงเผาะลงมาจากดวงตาสีนภาแสนงามคู่นั้น
“ได้โปรดลืมเถอะครับ”
ลืม?...
“ผมกับคุณ ก็แค่พลาดไป”
พลาด?...
มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาที่ยังไหลร่วงลงมาเรื่อยๆ ...มือข้างซ้ายซึ่งมีแหวนเงินวงเล็กๆสวมอยู่ที่นิ้วนาง “ไม่มี...ฮึก ...อะไรเกิดขึ้น ...ทั้งนั้น”
ไม่มีอะไร...
ที่ผ่านมาเขาเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่ง ...เก่งเสียจนคนรอบข้างมักจะคิดว่าเขาเป็นคนไร้อารมณ์ แทบไม่เคยมีอารมณ์อื่นใดปรากฏบนใบหน้า แต่ตอนนี้ เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่า สิ่งที่เขาเป็นมาตลอดและสม่ำเสมอนั้นจะยังคงอยู่แบบเดิมไหม?
นัยน์เนตรสีใบไม้คู่งามจ้องตรงไปยังดวงหน้าหวานของชายหนุ่มร่างบอบบางที่กำลังร้องไห้อยู่ตรงหน้าเขา ...มือบางเช็ดน้ำตาเรื่อยๆ เรื่อยๆ ...ยิ่งแสงสะท้อนวับวามจากผิวแหวนเงินมันเงานั่นกระทบเข้ายังดวงตาเขาเท่าไหร่ มันก็ยิ่งหงุดหงิดร้อนรุ่มในอก
“ครั้งแรกอาจจะดูเหมือนพลาดไปสำหรับคุณหรือเราทั้งคู่ แน่นอนครับ ว่าMeตั้งใจให้เป็นแบบนั้น” เสียงเรียบกล่าว มือขาวผ่องยกขึ้นดึงให้มือน้อยของร่างบางตรงหน้าที่กำลังใช้ปาดน้ำตาอยู่ต้องลดลง และสายตาสีเขียวครามคู่งามก็ยิ่งจ้องสบกับดวงตาสีฟ้าช้ำๆนั้น “แต่เรื่องเมื่อคืนวานมันต่างกัน เพราะทั้งMeทั้งคุณ พวกเราตั้งใจด้วยกันทั้งคู่ไม่ใช่หรือไง?”
“ม... ไม่ใช่ซักหน่อย!”
“ถ้างั้น คุณจะกลับมาในที่ๆพวกเราทำอะไรผิดพลาดด้วยกันอีกทำไมครับ ในเมื่อคุณอยากจะลืมน่ะ?”
ยิ่งพยายามดึงมือกลับ ก็ยิ่งถูกจับแน่นกว่าเดิมเสียอีก ...จับแน่น แต่ไม่รู้สึกว่ามือนั้นมันบีบรัดเสียจนเจ็บ ...จับแน่น ทั้งแน่น ทั้งมั่นคงเหลือเกิน ...รู้ตัวอีกที ก็พบว่าหนุ่มน้อยผู้พิทักษ์สายหมอกแห่งหน่วยวาเรียก็ก้าวมาประชิดเสียแล้ว มืออีกข้างของหนุ่มน้อยเจ้าของเส้นผมสีใบไม้แปลกตายกขึ้นมาเกลี่ยม้วนยังปลายผมสไลด์ยาวสลวยสีน้ำชาช้าๆ ก่อนที่ปอยผมเล็กๆซึ่งถูกพันเล่นยังปลายนิ้วนั้นก็ถูกเลื่อนไปสูดดมเบาๆ ทว่าสายตาคู่งามจากหนุ่มน้อยคนเดิมก็ยังคงจดจ้องมาอย่างไม่บิดเบือนไปทางไหน
แน่นอนว่าอาการก้มหน้าก้มตาซอยเท่าหนีของคนตรงหน้า ทำให้หนุ่มน้อยผู้ตามอยู่รู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อย แม้อาการดังกล่าวจะไม่แสดงออกมาให้เห็นบนใบหน้างามนี้เลยก็ตาม ...เด็กหนุ่มผู้อยู่ในเครื่องแบบหน่วยลอบสังหารของแฟมิลี่รีบรุดเข้าไปจับข้อมือบอบบางของอีกฝ่ายไว้ได้ทัน และนั่นก็ทำให้เจ้าของข้อมือบางๆนั้นชะงักลงแล้วหันกลับมามอง
ดวงตาสงบนิ่งสีเขียวครามกับนัยน์ตานภาสีงามสบประสานกัน
ยิ่งเห็นดวงหน้าหวานของร่างบางที่กำลังฉายแววสับสนว้าวุ่นใจนั่นแล้ว เขาเองก็ทนเก็บความยุ่งเหยิงภายใจอกไว้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน ...มือบางที่พยายามดึงออกถูกกระชับไว้แน่น และน้ำเสียงนิ่งเรียบทว่ากึกก้องก็เอ่ยขึ้น “เลิกหลบหน้าMeซักทีสิครับ”
เมื่อเห็นว่านัยน์ตาสีฟ้าคู่งามของคนตรงหน้าเลื่อนหลบสายตาตน หนุ่มน้อยจึงออกแรงฉุดให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ เนตรสีใบไม้จดจ้องใบหน้าขาวผ่องซึ่งกำลังขึ้นสีเลือดฝาดระรื่อไปทั้งปรางค์แก้มอย่างไม่ละสายตาไปทางไหน
“ป...ปล่อยผมเถอะครับ ถ้าคนอื่นมาเห็น เดี๋ยวจะถูกเข้าใจผิด” เสียงหวานของร่างบอบบางเจ้าของแพรผมสีชาเอ่ยสั่นๆ
“หึ...คนอื่น?” หนุ่มน้อยหัวเราะในลำคอ ใบหน้าที่เรียบนิ่งมานานเริ่มมีรอยยิ้มฉายแววอย่างผู้กำชัยประดับอยู่ที่มุมปาก ”คนอื่นที่ว่าน่ะ รวมไปถึงวองโกเล่รุ่นที่ 10 ด้วยรึเปล่าล่ะครับ?”
“ม...!?”
ไม่รอช้าให้อีกฝ่ายได้ปริปากเถียง เมื่อเห็นว่าดวงหน้าหวานแสดงอาการตกใจ ฝ่ามือบางจึงเอื้อมขึ้นรั้งท้ายทอยให้ร่างบางที่มีส่วนสูงมากกว่าตนต้องก้มลงมากะทันหัน ...และริมฝีปากสีอ่อนก็ถูกครอบครอง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก...
ไม่ใช่ครั้งแรก
แผ่นอกบางทว่าแสนแกร่งถูกผลักออกอย่างแรงไม่น้อย ทำให้เด็กหนุ่มผู้สวมหมวกกบใบโตก้าวถอยไปตามแรงผลักไส หากแต่เมื่อเขาช้อนนัยน์ตาสีเขียวครามขึ้นมองคนตรงหน้า เขาก็ได้เห็นหยาดน้ำตาใสๆร่วงเผาะลงมาจากดวงตาสีนภาแสนงามคู่นั้น
“ได้โปรดลืมเถอะครับ”
ลืม?...
“ผมกับคุณ ก็แค่พลาดไป”
พลาด?...
มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาที่ยังไหลร่วงลงมาเรื่อยๆ ...มือข้างซ้ายซึ่งมีแหวนเงินวงเล็กๆสวมอยู่ที่นิ้วนาง “ไม่มี...ฮึก ...อะไรเกิดขึ้น ...ทั้งนั้น”
ไม่มีอะไร...
ที่ผ่านมาเขาเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่ง ...เก่งเสียจนคนรอบข้างมักจะคิดว่าเขาเป็นคนไร้อารมณ์ แทบไม่เคยมีอารมณ์อื่นใดปรากฏบนใบหน้า แต่ตอนนี้ เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่า สิ่งที่เขาเป็นมาตลอดและสม่ำเสมอนั้นจะยังคงอยู่แบบเดิมไหม?
นัยน์เนตรสีใบไม้คู่งามจ้องตรงไปยังดวงหน้าหวานของชายหนุ่มร่างบอบบางที่กำลังร้องไห้อยู่ตรงหน้าเขา ...มือบางเช็ดน้ำตาเรื่อยๆ เรื่อยๆ ...ยิ่งแสงสะท้อนวับวามจากผิวแหวนเงินมันเงานั่นกระทบเข้ายังดวงตาเขาเท่าไหร่ มันก็ยิ่งหงุดหงิดร้อนรุ่มในอก
“ครั้งแรกอาจจะดูเหมือนพลาดไปสำหรับคุณหรือเราทั้งคู่ แน่นอนครับ ว่าMeตั้งใจให้เป็นแบบนั้น” เสียงเรียบกล่าว มือขาวผ่องยกขึ้นดึงให้มือน้อยของร่างบางตรงหน้าที่กำลังใช้ปาดน้ำตาอยู่ต้องลดลง และสายตาสีเขียวครามคู่งามก็ยิ่งจ้องสบกับดวงตาสีฟ้าช้ำๆนั้น “แต่เรื่องเมื่อคืนวานมันต่างกัน เพราะทั้งMeทั้งคุณ พวกเราตั้งใจด้วยกันทั้งคู่ไม่ใช่หรือไง?”
“ม... ไม่ใช่ซักหน่อย!”
“ถ้างั้น คุณจะกลับมาในที่ๆพวกเราทำอะไรผิดพลาดด้วยกันอีกทำไมครับ ในเมื่อคุณอยากจะลืมน่ะ?”
ยิ่งพยายามดึงมือกลับ ก็ยิ่งถูกจับแน่นกว่าเดิมเสียอีก ...จับแน่น แต่ไม่รู้สึกว่ามือนั้นมันบีบรัดเสียจนเจ็บ ...จับแน่น ทั้งแน่น ทั้งมั่นคงเหลือเกิน ...รู้ตัวอีกที ก็พบว่าหนุ่มน้อยผู้พิทักษ์สายหมอกแห่งหน่วยวาเรียก็ก้าวมาประชิดเสียแล้ว มืออีกข้างของหนุ่มน้อยเจ้าของเส้นผมสีใบไม้แปลกตายกขึ้นมาเกลี่ยม้วนยังปลายผมสไลด์ยาวสลวยสีน้ำชาช้าๆ ก่อนที่ปอยผมเล็กๆซึ่งถูกพันเล่นยังปลายนิ้วนั้นก็ถูกเลื่อนไปสูดดมเบาๆ ทว่าสายตาคู่งามจากหนุ่มน้อยคนเดิมก็ยังคงจดจ้องมาอย่างไม่บิดเบือนไปทางไหน
“รู้อะไรไหม ...กลิ่นหอมๆของคุณ ยังติดอยู่ที่ปลายจมูกMeอยู่เลย”
TBC...
TBC...
(ได้ยินเสียงแว่วๆจากทุกคนว่า TBC ของแกน่ะ เมื่อไหร่จะมาต่อฟะ!? //วิ่งหนี)

