KHR Au-periodFic : 王子様と野生の花 :27(TYL)84Fr: -28-

posted on 21 Jan 2011 17:33 by me-no-wonderland in Fanfiction

Au periodFic KHR : 王子様と野生の花
Pairing :  27(TYL)84FRAN
Rating : ?
By :  -niji-

 

 


Part : 28

 

 

 

 

 

“!?” 

 

ดวงตากลมโตสีนภากระพริบปริบอย่างงงงันให้แก่บุรุษที่จับบ่าตนไว้แน่น ...มือใหญ่นั้นทั้งบีบแน่นทั้งสั่นเทานิดๆจนรู้สึกได้ ...และที่สำคัญไปกว่านั้น คนๆนี้ รู้จักแม่ของเขาด้วยหรือ ?  อีกทั้งดวงตาแสนเศร้าที่จ้องมองมานี่คืออะไรกัน ?

“เสด็จพ่อ !?”  สึนะเข้ามาปราม พลางแตะมือลงยังหลังมือของผู้เป็นพ่อที่เกร็งบีบไหล่ของสนมตัวน้อยไว้แน่นจนคนตัวเล็กเริ่มจะหน้านิ่ว   “ท่านกำลังทำให้บาจิลกลัวนะขอรับ”

อิเอมิสึชะงักน้อยๆ หากแต่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าของเด็กน้อยซึ่งที่ตนจับไว้เสียแน่นนั้น   “...บาจิล ?”

“ขอรับ นี่เป็นว่าที่สนมเอกของข้าชื่อ บาจิล  สึนะบอกพลางดึงบาจิลออกมาจากการเกาะกุมของผู้เป็นพ่อ

อิเอมิสึยังคงมองตามสนมตัวน้อยอย่างไม่วางสายตา ...ทั้งจูนิฮิโตเอะที่สวมอยู่รวมทั้งใบหน้าของเด็กน้อยคนนี้ ช่างเหมือนกับ

“เสด็จกลับมานั่งที่เถิดเพคะเสด็จพี่ พวกท่านขุนนางพากันตกอกตกใจกันหมดแล้ว”  นานะเอ่ยขัด ก่อนจะชะงักไปนิดเมื่อได้เห็นใบหน้าเต็มๆของสนมตัวน้อยเมื่ออิเอมิสึเคลื่อนตัวออกห่าง   “เด็ก...คนนี้”

แม้จะยังลอบมองบาจิลด้วยสายตาอาฆาต แต่เสียงพึมพำของนานะก็ทำให้เคียวโกะต้องหันไปถาม  “เป็นอะไรไปเพคะเสด็จแม่ ?” 

สึนะจูงมือน้อยให้บาจิลเดินตามมายังโต๊ะ แม้ที่นั่งที่เตียมไว้นั้นจัไม่ใช่ที่นั่งข้างๆใกล้ๆเขา แต่ก็ยังเป็นที่นั่งตรงกันข้ามที่ตรงกับที่ๆเขานั่งพอดี ...อย่างน้อยก็ทำให้เขาสามารถทอดมองดวงหน้าหวานของคนตัวเล็กกว่าได้โดยไม่ต้องหันหน้าไปไหน ...วันนี้บาจิลแต่งตัวได้น่ารักกว่าทุกที สงสัยต้องตบรางวัลให้โกคุเดระหน่อยเสียแล้วกระมังที่หาชุดให้สนมตัวน้อยของเขาได้อย่างน่ารักขนาดนี้  สึนะมองแล้วก็อมยิ้ม  “วันนี้ เจ้า ...น่ารักจริงๆนะ น่ารักกว่าทุกวัน”

สุระเสียงนุ่มหูที่กล่าวชมบาจิลนั้นทำให้ เคียวโกะรวมทั้งนานะต้องชำเลืองสายตามองอย่างหงุดหงิดใจ และยังไม่ทันที่บาจิลได้ย่อตัวนั่งลงบนเบาะที่สึนะพามาส่ง นานะก็ลุกยืนขึ้น ทำให้ทุกคนต้องหันไปมองราชินีคนงามอีกครั้ง แม้กระทั่งอิเอมิสึที่ยังคงจ้องมองสนมตัวน้อยก็เช่นกัน ...นานะสะบัดใบหน้าไปยังบาจิล พลางใช้ดวงตาสีน้ำตาลเช่นเดียวกับสีของนัยน์ตาพระโอรสจ้องมองเด็กน้อยอย่างรังเกียจโดยมิคิดปิดบัง


“ถ้าจะเอาเด็กนี่ร่วมโต๊ะกับแม่ แม่จะกลับตำหนัก”

 


!!

 


คำกล่าวนั้นยังให้เกิดเสียงฮือฮากระซิบดังแว่วมาจากเหล่าขุนนางในงาน โคลมชำเลืองนัยน์ตากลมโตสีม่วงมองพักนึง แล้วก้มหน้าลงตามเดิม และเคียวโกะที่แอบลอบยิ้มมองไปยังบาจิลอย่างรู้สึกสะใจนิดๆ ...สึนะกระชับมือบาจิลไว้แน่น ก่อนจะหันไปมองพระมารดาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูกับประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่   “เสด็จแม่”

 

“แม่ไม่ยอมรับให้เจ้าแต่งตั้งเด็กนี่เป็นสนมเอก และแม่ต้องการให้เด็กนี่ออกไปจากวังเดี๋ยวนี้”

 

นานะเอ่ยเสียงแข็งขณะปรายนัยน์ตาขุ่นมัวไปยังเด็กตัวน้อยในชุดจูนิฮิโตเอะแสนคุ้นตานั่น ...ทั้งใบหน้า ทั้งนัยน์ตาที่เหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวแบบนั้น ทั้งชุดที่กำลังใส่อยู่ ...ใช่แน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ

“นานะ”  อิเอมิสึเอ่ยเรียกมเหสีของตน และนานะก็หันกลับมามองตามที่เรียก

“เสด็จพี่ก็ด้วย พอเห็นเด็กนี่ถึงกับลืมตัวเลยนะเพคะ”

อิเอมิสึรีบดึงนานะให้นั่งลง  “ใจเย็นก่อนๆนะ นานะ”  แม้อยากจะต่อว่าสวามีใจจะขาด แต่ก็ต้องนั่งลงเพราะตอนนี้ทุกคนกำลังพากันมองมาอย่างงุนงงสงสัยว่าเกิดอะไนขึ้นกันแน่

สึนะก้มลงมองสนมตัวน้อยที่ยืนก้มหน้าเงียบมตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว  “...บาจิล เจ้าก็”

“ข้าจะกลับ”  เสียงในพึมพำ มือน้อยสะบัดออกมาจากการเกาะกุมของเจ้าชาย ก่อนที่ร่างบางจะหันหลังก้าวออกมาจากโต๊ะนั้นโดยไม่หันหลังกลับไปมอง

สึนะรีบก้าวเดินตาม  “บาจิล !?”

“ช่างเป็นเด็กที่ไร้มารยาทเสียจริง แต่ก็ไม่แปลกหรอกเพคะ ก็เป็นแค่เด็กไร้หัวนอนปลายเท้าที่บังเอิญได้ขึ้นวอเข้าวัง”  เคียวโกะกระซิบกับโคลมที่ไม่รู้จะแสดงความคิดเห็นอย่างไรดีนั้น

“กลับมานั่งที่เดี๋ยวนะ สึนะโยชิ!”  นานะเรียกรั้งลูกชายเอาไว้เสียงเขียว แน่นอนว่าเจ้าชายรูปงามจำต้องชะงักฝีเท้าไว้เพียงเท่านั้น และมองแผ่นหลังอบบางน้อยๆที่หายออกไปจากห้องโถงใหญ่แห่งนี้โดยไม่สาสามารถคว้าจับเอาไว้ได้ดั่งใจต้องการ

ร่างสูงของเจ้าชายแห่งราชอาณาจักรเดินกลับมานั่งลงยังที่นั่งเดิมช้าๆ พลางเบือนพระพักตร์กลับไปมองพระมารดาอย่างไม่เข้าใจเลยว่า เหตุใด พระมารดาจึงมีท่าทีรังเกียจและพระบิดาจึงแสดงท่าทีแปลกต่อสนมตัวน้อยของตนเช่นนั้น? ...ดูเหมือนว่าอิเอมิสึพอจะเดาความนัยน์จากสายตาของลูกชายได้ จึงตรัสออกมาเบาๆ   “ให้จบงานนี้ก่อน เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

“เอาล่ะๆ เกิดเรื่องเข้าใจผิดกันเล็กน้อย ฉลองกันต่อเถอะ!”  อิเอมิสึตะโกนบอกให้ทุกคนที่พากันมองดูอยู่กลับไปรื่นเริงต่อ และเริ่มบรรเลงดนตรีขึ้นอีกครั้ง

 

 


รู้สึกไม่ดีที่สุดเลย
ทุกคนที่นี่เกลียดข้า...

ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว

 

 

บาจิลเดินก้มหน้าผ่านเหล่าทหาร นางกำนัล ที่กำลังเฉลิมฉลองกันอยู่อย่างสนุกสนานออกไปจนถึงหน้าตำหนักสึคุโยมิสีทองแห่งนี้ ...คนตัวเล็กกัดฟันกลั้นน้ำตาไว้เต็มกำลัง เดินออกจากงานใหญ่นั้นจนสำเร็จ   “พาข้ากลับตำหนักโอริฮิเมะที”  เสียงใสสั่นเทาเอ่ยบอกทหารที่ประจำอยู่ ณ รถม้า แม้ทหารจะทำหน้าสงสัยว่าใยจึงกลับเร็วนัก แต่ก็ออกรถม้าไปส่งให้ตามคำขอนั้น

เสียงเพลงที่ดังมากกำลังค่อยๆเบาลงตามระยะห่างที่ไกลออกมา กระทั่งเมื่อพ้นประตูของเขตพระราชฐานชั้นในออกมาแล้ว ดวงหน้าหวานที่ก้มนิ่งมานานก็ค่อยๆเงยขึ้น ...รถม้าวิ่งไปช้าๆตามเส้นทางที่มีแสงสลัวจากคบเพลิงซึ่งต่างห่างๆกันไปตามทางเป็นจุดๆเพียงเท่านั้น แตกต่างจากภายในงานที่มีแสงไฟส่องสว่าง และเพียงไม่นานนัก รถม้าก็เคลื่อนมาถึงยังเส้นทางขึ้นสะพานอามาโนะคาวะ มือน้อยเลื่อนผ้าม่านตรงหน้าออก  “จอดตรงนี้แหล่ะขอรับ”

ทหารขับรถม้าดึงเชือกให้ม้าหยุดวิ่งแล้วหันกลับมามอง   “เอ๋ ...แต่ว่ายังไม่ถึงเลยนะขอรับ อีกอย่างตรงนี้มันมืด อันตรายนะขอรับ ถ้าหากเจ้าชายทรงทราบว่า ...”

“นะขอรับ”  พอเห็นสีหน้าหงอยๆนั้นแล้ว ทหารก็ใจอ่อนยอมไปเปิดประตูให้คนตัวเล็กได้ก้าวลงมาจากรถม้านั้นแต่โดยดี ก่อนจะเคลื่อนรถม้ากลับไปยังในงาน

บาจิลมองไปรอบๆบริเวณที่มืดมิด กระนั้นแล้วแสงของดวงดาวบนท้องฟ่าก็ส่องทางให้พอเห็นลางๆ ร่างบอบบางเดินไปตามสะพานหินอ่อนสีขาวสะอาดตาตัดกับความมืดมิดนั้นช้าๆ

 


วันนี้เป็นวันทานาบาตะ

 


พระจันทร์ที่เห็นแม้จะเป็นเพียงครึ่งเดียว แต่ก็ทำให้แสงของมันไม่สว่างเสียจนกลบแสงประกายพราวระยิบระยับของมวลหมู่ดาราที่กระจายตัวกลาดเกลื่อนอยู่เต็มผืนนภาสีดำสนิทนั้น ...เพราะตรงนี้มีเพียงแสงสว่างจากคบเพลิงเล็กๆห่างๆเพียงสลัวๆแค่นั้นหรือเปล่านะ ? ถึงทำให้เห็นดวงดาวได้สวยงามขนาดนี้ ? แสงสีเงินยวงของดวงดาวนับล้านที่พากันทอประกายกระทบลงมายังผิวทะเลสาบเสียจนเห็นเป็นระรอกสีเงินงดงาม ...ปลายนิ้วน้อยลูบไปเรื่อยๆตามราวสะพานซึ่งกำลังเดินไปเรื่อยๆอยู่นี้ บาจิลหยุดฝีเท้าลงแล้วใช้แขนอีกข้างยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่ปริ่มไหลลงมาจากนัยน์ตากลมโตคู่งามของตน ...น้ำตาที่ทนกลั้นมานานตั้งแต่อยู่ในงานเมื่อครู่

จากมือข้างเดียวเป็นมือทั้งสองข้าง
ริมฝีปากสั่นเทาพยายามกัดไว้แน่น  

สายลมเย็นยามราตรีซึ่งพัดผ่านผิวทะเลสาบขึ้นมายังเบื้องบน นำพากลิ่นเย็นชื้นขึ้นมากระทบยังปรางค์แก้มใสเปียกชื้นเสียจนรู้สึกเย็นวะวาบ ...เสียงดนตรีนุ่มๆไพเราะดังขึ้นมาแว่วๆตามสายลมนั้น ...บาจิลลดมือที่กำลังปาดน้ำตาของตนลง พลางเงยดวงหน้าหวานขึ้นมองตรงไปยังข้างหน้า ...ผีเสื้อตัวน้อยสีเขียวครามกระพือปีกบางบินละล่องไปช้าๆ และนำให้คนตัวเล็กก็ก้าวตามไปอย่าลืมตัว

ก้าวขาไปตามเสียงเพลงทีได้ยินนั้น

กลางสะพานอามาโนะคาวะบัดนี้มีฝูงหิ่งห้อยตัวเล็กๆบินละล่องส่องแสงสีนวลตาเต็มไปหมด ...ส่องแสงลายล้อมใครบางคนที่ยืนเป่าขลุ่ยอยู่ตรงนั้น เด็กหนุ่มร่างสูงระหงส์ในชุดคาริกินุฮิโตเอะโทนสีเขียวเย็นตา เส้นผมสีเขียวครามที่มักจะผูกรวบไว้อย่างดีด้วยเชือกสีขาวสะอาด บัดนี้ถูกปล่อยสยายออกรับสายลมเย็นที่พัดผ่านมาเป็นระรอกนั้น ปลายนิ้วเรียวงามค่อยๆกดปล่อยไปตามเครื่องดนตรีอันน้อยซึ่งแนบอยู่ใต้ริมฝีปากสีอ่อน ...ค่อยๆบรรเลงบทเพลงช้าๆ บทเพลงที่ฟังดูแล้วแสนอ่อนโยนนัก กระทั่งฝีเท้าน้อยที่หยุดลงใกล้ๆเงียบลง เด็กหนุ่มก็หยุดบรรเลงเพลงนั้น และลดขลุ่ยในมือลง ก่อนจะหันดวงหน้างามไปมองคนข้างกายที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก

ฟรานคลี่ยิ้มอ่อนๆ   “祈りの星へ…บทเพลงแด่คืนทานาบาตะ”   ร่างสูงยื่นมือไปตรงหน้าคนตัวเล็ก และบาจิลก็ยกมือขึ้นวางลงบนฝ่ามืออบอุ่นนั้น ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนข้างๆ ...ฟรานเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าเบื้องบนขณะกระชับมือน้อยๆของอีกคนไว้   “เจ้าคงเคยได้ยินนิทานเรื่องชายเลี้ยงวัวกับเจ้าหญิงทอผ้าสินะ ?”

บาจิลมองใบหน้าด้านข้างของพ่อบ้านหนุ่มน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้าตาม   “ขอรับ”

“รู้หรือเปล่า ...ตอนนี้น่ะ เจ้าหญิงเจอกับชายผู้เป็นที่รักแล้วล่ะนะ

“จริงหรือขอรับ ?”  บาจิลลดสายตาจากท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยดวงดาวระยิบระยับนั้นกลับมามองใบหน้าของชายหนุ่มข้างกาย

ฟรานคลี่ยิ้มบางๆ   “วันทานาบาตะ คือวันที่เจ้าหญิงทอผ้าจะได้พบกับชายเลี้ยงวัวผู้เป็นที่รัก ด้วยการเดินทางข้ามผ่านทางช้างเผือกมายังไงล่ะ”  ร่างสูงเจ้าของนัยน์ตาสีเขียวครามหันไปมองสนมตัวน้อยที่กำลังจ้องมองตนอยู่เช่นกันนั้น   “ก็เหมือนกับเจ้าที่เดินมาตามสะพานอามาโนะคาวะ(ทางช้างเผือก)มาเจอกับข้าที่นี่ ใช่ไหม ?”

“ท่านฟราน”  บาจิลอมยิ้มอายๆ

ฟรานชูมือน้อยซึ่งตนกุมไว้ขึ้นมานิด แล้วก้มหัวลงให้ เป็นท่าทางที่บาจิลไม่เคยเห็นมาก่อน  “ให้เกียรติเต้นรำกับข้าได้ไหมขอรับ โอริฮิเมะ(เจ้าหญิงทอผ้า)ของข้า ?”

“เต้นรำ ?”  คนตัวเล็กพึมพำ ...องโดริหรือ ? =x=??

ฟรานเงยหน้าที่ก้มลงเมื่อครู่ขึ้นมามองด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ ก่อนจะย่อตัวนั่งลง แล้วเลื่อนมือไปถอดรองเท้าทั้งสองข้างของบาจิลออกให้แล้วลุกขึ้น สอดมือข้างหนึ่งโอบเอวบางไว้ และอีกข้างก็กระชับมือน้อยไว้แน่น ...ดูแล้วบาจิลจะงงๆกับท่าทางแบบนี้ เห็นดวงหน้าหวานที่กำลังสงสัยไม่เข้าใจนี่แล้วก็ช่างน่าเอ็นดูเสียจริงๆ ฟรานดึงให้บาจิลเข้ามาชิด  “เหยียบขึ้นมาบนเท้าข้านะ”

“เอ๋? จะให้ข้าเหยียบขึ้นไปบนเท้าท่านได้อย่างไรกันขอรับ ...หนักแย่เลย”  เสียงใสถามอ้อมแอ้ม ...แค่ตัวเขาอย่างเดียวก็หนักจะแย่แล้ว ไหนจะน้ำหนักของจูนิฮิโตเอะทั้งชุดนี่อีก

“เชื่อข้าสิ ...ข้าจะสอนเจ้าเต้นรำที่ไม่ใช่การรำองโดริให้นะ” 

“เต้นรำที่ไม่ใช่องโดริ ?” 

ฟรานอมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเ