KHR Au-periodFic : 王子様と野生の花 :27(TYL)84Fr: -30-

posted on 27 Jan 2011 21:07 by me-no-wonderland in Fanfiction

Au periodFic KHR : 王子様と野生の花
Pairing :  27(TYL)84FRAN
Rating : ?
By :  -niji-

 

 


Part : 30

 

 

 

 

 

 

 


“ฮึก...ฮือออ...ฮือออ”

“หยุดร้องไห้ได้แล้วนะสุสุเมะ”

“แต่ว่า ฮืออ...ก็ท่านฟราน...ฮึก...ฮึก...ฮือออ

“ข้าบอกให้เจ้าหยุดร้องไห้ไง”


ถึงจะเอ็ดใส่สาวใช้คนสนิทที่นั่งร้องห่มร้องไห้มาตั้งแต่ได้ข่าวเรื่องการประหาร แต่อาสึสะเองก็กำลังพยายามข่มน้ำตาไว้เหมือนกัน ...แล้วยิ่งไปกว่านั้น ...ดวงตาสีดำขลับของหญิงชราเลื่อนขึ้นมองไปยังห้องชั้นบนสุด

ฮือออ ...ไหนจะท่านสนมน้อยอีก ...ฮึก...ฮึก...ตอนนี้ก็กำลัง ฮึก...ทรมานอยู่ไม่ใช่หรือเจ้าคะ? ...ฮือออ

ตั้งแต่กลับมาจากลานประหาร เจ้าชายรูปงามก็ลากตัวสนมตัวน้อยของตนขึ้นไปยังห้องกักขังของชั้นบนสุดของปราสาทหลังนี้ พวกเธอถูกตะเพิดออกมาจากห้อง และหลังจากนั้นก็ยินได้ร้องไห้อื้ออึงของบาจิลดังมาไม่ขาดสายเลย ...ถึงตอนนี้เสียงจะเงียบไปนานพอดูแล้ว กระนั้น เจ้าชายก็ยังไม่ออกมาจากห้องเสียที ...ไม่รู้ว่าตอนนี้บาจิลจะเป็นอย่างไรบ้าง พวกเธอเป็นแค่คนใช้ต่ำต้อยก็ไม่รู้หนทางที่จะช่วยเหลือสนมตัวน้อยได้จริงๆ ที่ทำได้ดีที่สุด ก็แค่ช่วยดูแลให้ดีที่สุดเพียงเท่านั้น

 

ร่างกายอาจจะพอเยียวยาให้หายได้
ทว่าหัวใจที่แหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดีนั่นล่ะ
จะมีหนทางใดประสานมันได้กัน ?

 

“ฮือออ ...ฮือออ...”  สุสุเมะยกแขนกิโมโนของตนขึ้นมาปาดน้ำตาเรื่อยๆ

อาสึสะถอนหายใจเบาๆ พลางเอื้อมมือโอบให้สุสุเมะเข้ามาซบที่อก ....ฝ่ามืออ่อนโยนลูบแพรผมยาวสลวยสีดำขลับช้าๆ   “...ท่านฟรานสั่งไว้ว่าให้เราดูแลท่านบาจิลให้ดี พวกเราก็ต้องทำให้ได้อย่างที่ท่านฟรานฝากฝังไว้สิ”

 

 

 

 


.

 

 

 

 


ทิวทัศน์ที่เห็นอยู่ในตอนนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไหร่เลยสินะ?

ทั้งบ้านเรือน
ทั้งผู้คน
หรือทั้งกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกซากุระที่โชยมาตามสายลมนี่ก็ด้วย


สายลมเอื่อยๆที่พัดผ่าน ทำให้เส้นผมฟูฟ่องสีทองสว่างของชายหนุ่มซึ่งนั่งเหม่อมองดูอะไรๆภายในย่านการค้านี้จากบนระเบียงห้องพักปลิวลู่ เนตรสีส้มทองกระพริบเบาๆ ก่อนจะต้องชำเลืองไปมองผู้ที่ก้าวเข้ามาในห้องพักของตน ...ชายหนุ่มผมสีแดงรุ่นราวคราวเดียวกัน

“มีคนมาขอพบน่ะขอรับ”  ชายผมแดงกล่าว ขณะเบี่ยงตัวให้ทหาร 2 นายก้าวเข้าไปในห้องนั้น

ร่างสูงเส้นเกศาสีทองเบือนสายตาออกไปยังนอกระเบียงอีกครั้ง   “ข่าวถึงไวจังนะ ?”

“องค์ราชาให้มารับท่านกลับเข้าไปยังวังหลวงขอรับ เจ้าชายอิเอยาสึ!”  พวกทหารกล่าวพลางก้มหัวโค้งให้

เนตรสีบุษราคัมซึ่งประดับอยู่บนใบหน้าขาวผ่องทอดมองไปนภาเบื้องบนนั้น  “...ท้องฟ้าสีฟ้านี่สวยจังเลยนะ”

 

 

สีฟ้าสวย ...
เหมือนกับสีนัยน์ตาเจ้า

 

 

รั้วสูงสีขาวสะอาดของวังหลวงตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ก่อนที่ประตูไม้บานใหญ่โตอันเป็นทางเข้าวังหลวงนั้นจะเปิดออกเมื่อรถม้าเคลื่อนผ่าน ...ภายในอาณาบริเวณกว้างขวางซึ่งมีตำหนักเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ และมีสวนดอกไม้แสนสวยซึ่งถูกจัดแต่งได้อย่างลงตัวนี้คือวังหลวงที่จากไปเสียนาน

13 ปี ...ได้กระมัง?

เนตรสีส้มทองมองไปรอบๆห้องกว้างที่นางกำนัลนำทางมานี้ ...การตกแต่งและเครื่องประดับทุกอย่างยังคงเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยเลยสินะ?


“อิเอยาสึ” 


เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยเรียกชื่อเดิมดังขึ้นมาจากข้างหลัง กระนั้นแล้วมันก็ไม่ได้เรียกความสนใจให้เจ้าของนามต้องหันกลับไปมองผู้ที่เรียกตัวเขามา ...ร่างสูงเกศาฟูฟ่องสีทองสอดมือทั้งสองข้างเข้ายังกระเป๋ากางเกง และยังคงทอดสายตาออกไปยังนอกชานซึ่งมีทิวทัศน์แสนงดงามของสวนหย่อมด้านนอก

อิเอมิสึมองแผ่นหลังกว้างของ ‘น้องชาย’ ที่หนีหายไปเสียนานนั้น ทั้งยังสวมเสื้อผ้าแปลกตาก็ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา  “เจ้า ...ไปอยู่ที่ไหนมางั้นรึ ? ทำไมถึงไม่ส่งข่าวคราวมาให้พี่รู้บ้าง ?”

“รอบโลก”  อิเอยาสึตอบเสียงเรียบ และยังไม่หันกลับไปมอง   “...เดินทางไปรอบโลก เผื่อข้าจะได้ลดความรู้สึกเกลียดพี่ชายตัวเองลงได้บ้าง ฮึ... แต่ก็ยากเอาการนะ”

 

“เพราะจนถึงตอนนี้ ข้าก็ยังเกลียดท่านไม่เปลี่ยนแปลง”

 

คำกล่าวนั้นทำให้ชายผู้เป็นราชาสะอึกน้อยๆ  “อิเอยาสึ” 

“มีธุระแค่นี้ใช่ไหม? ข้าจะได้กลับ พรุ่งนี้เรือของข้าจะออกเดินทางต่อแล้ว”  อิเอยาสึเอ่ย ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับ ‘พี่ชาย’ ที่ไม่เคยคิดว่าอยากจะกลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง ...เนตรสีบุษราคัมหรี่ลงก่อนจะสาวเท้าเดินผ่านอีกฝ่าย กระนั้นแขนก็ถูกคว้าเอาไว้ทำใหอิเอยาสึต้องชะงักฝีเท้าและเหลือบดวงตามองคนที่รั้งตนไว้อีกครั้ง

อิเอมิสึจับแขนน้องชายไว้แน่น   “เจ้าไม่คิดจะถามถึงมุราซากิบ้างหรือ?”

“………..” 

“พี่จะไม่ขอให้เจ้าให้อภัยในสิ่งที่พี่ทำเพราะมันยากเกินจะให้อภัย พี่รู้ว่าเจ้าอาจจะโกรธเกลียดพี่ไปจนชั่วชีวิตของเจ้า”  อิเอมิสึค่อยๆปล่อยแขนอีกคนออก   “แต่พี่เชื่อว่า เจ้าคงไม่โกรธเกลียดมุราซากิเหมือนอย่างที่เจ้าเกลียดพี่หรอกใช่ไหม?”

“ข้า...ไม่เคยเกลียดมุราซากิ”  ชายหนุ่มเส้นผมสีทองพึมพำขณะค่อยๆกำหมัดแน่น

 

ไม่เคยเกลียด ...ก็แค่เสียใจ

 

“อยากขอร้องให้เจ้าอยู่ฟังความจริงที่พี่อยากจะบอกกล่าวมานานหน่อยเถอะนะ ...อิเอยาสึ”

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

“แฮ่ก...แฮ่ก...”


เสียงหอบหายใจดังระรัวมาจากร่างสูงผู้เป็นเจ้าชายแห่งแคว้นซึ่งบัดนี้ร่างกายเปียกเปรอะไปด้วยหงาดเหงื่อที่ซึมไหลออกมาเรื่อยๆเสียจนทำให้บรรยากาศในห้องเล็กๆนี้ร้อนระอุ ...มือใหญ่ค่อยๆปล่อยออกจาฝ่ามือเล็กๆของร่างใต้อาณัติ พลางจดจ้องนัยน์ตากลมโตสีนภาคู่งามที่ยังคงมีน้ำตาคลอออกมาเรื่อยๆ หากแต่ ในดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งแววเป็นประกายงดงามเฉกเช่นตลอดมา

บาจิลนอนนิ่งๆ ไม่ได้หมดสติไปเหมือนเมื่อวาน
ร่างบอบบางมีเพียงลมหายใจแผ่วๆกับริมฝีปากสีช้ำที่เผยอน้อยๆ
ดวงแก้วสีนภาคู่นั้นก็เพียงแต่เหม่อมองไปยังพื้นทาทามิที่เอียงใบหน้าซบอยู่เท่านั้น

สึนะกัดริมฝีปากตนเบาๆ   “...ทำไมกันล่ะ ?”

ทำไม ...ร้อนผ่าวๆที่ขอบตา

 

“ที่ข้าทำไปทั้งหมดเสมอมา เจ้ารู้ไหมว่าทำไม ?”

 

ภาพของดวงหน้าหวานของสนมตัวน้อยกำลังค่อยๆพร่าเลือน

 

ฝ่ามือใหญ่บีบเข้าของมือน้อยๆที่ไร้เรี่ยวแรงนั้น   “ทำไม ...เจ้าถึงไม่เคยมีข้าในหัวใจ”

 

 

เผาะ...

 

 

“ตัวข้าที่มีแต่คนมารัก จนข้าไม่เคยรักใคร ...แต่พอพบกับเจ้า ความรู้สึกนั้นก็เปลี่ยนไปโดยที่ข้าเองก็ไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ”

หยาดน้ำใสอุ่นๆ ค่อยๆร่วงลงไปบนแก้มใสของเด็กน้อยทีละหยด ...จากดวงตาสีน้ำตาลของร่างสูงเบื้องบน

“ไม่รู้ตัว ...ว่าข้าไม่ได้ชอบเจ้าเพียงแค่นั้น แต่ข้า ...” 

 


ข้าเกลียดท่าน!

 


“ข้ารักเจ้า”

 

ใบหน้าคมคายซบลงยังไหล่บอบบางน้อยๆของสนมตัวน้อยเบื้องล่าง ...เขาเป็นเจ้าชายอันดับหนึ่ง ...ทั้งๆที่ไม่เคยร้องไห้ ทั้งๆที่ไม่เคยต้องเสียน้ำตาให้ผู้ใด ไม่เคยมีนางสนมคนไหนทำให้เขารัก ...รักจนถึงขั้นต้องเสียน้ำตาแบบนี้


“...สัญญา”


เสียงใสที่เอ่ยพึมพำออกมาเบาๆเสียจนแทบจะไม่ได้ยินนั้นทำให้สึนะค่อยๆเงยหน้าขึ้นจากซอกคออุ่น ก่อนจะหันไปมองบาจิลที่ยังคงมีแววตาเลื่อนลอย ...กลีบปากที่ถูกเขาบดขยี้เสียจนขึ้นสีแดงช้ำเผยอนิดๆ

“เกี่ยวก้อย ..........สัญญา”  น้ำตาที่ปริ่มคลอลงมาจากนัยน์ตาสีหวานหมองหม่นยิ่งหลั่งระริน   “….ใครผิด ....สัญญา”

มือใหญ่ฉุดร่างน้อยๆนั้นขึ้นมาจากทาทามิ สึนะมองดวงหน้าหวานที่มีแววตาเหม่อลอยนั้นก็เขย่าๆคนตัวเล็ก  “หยุด! ข้าบอกให้หยุดไง!”

 
"จะต้อง .........กลืนเข็ม พัน......เล่ม”

 

ร่างสูงจับให้บาจิลหันหน้ากลับมามองตน ทว่า นัยน์ตากลมโตไร้ประกายนั้น กลับไม่มีเงาของเขาสะท้อนอยู่  “มองข้าสิ !!”
 

อาจจะเป็นครั้งแรกหลังจากที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วที่เจ้าชายอย่างเขาต้องร้องไห้เสียน้ำตา ...เพราะเป็นแบบนั้นหรือเปล่านะ น้ำตามันถึงได้ล้นทะลักออกมาราวกับเป็นน้ำตกแบบนี้? ...เวลาล่วงเลยผ่านไป และผ่านไป สึนะก็ยังคงกอดร่างน้อยๆไว้แนบแน่น หูของเขายังคงได้ยินเสียงพึมพำประโยคซ้ำๆจากบาจิล …จนรู้สึกตัวอีกที เขาก็ยังคงนอนกอดร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขนอยู่ที่เดิม และบาจิลเองก