KHR Au-periodFic : 王子様と野生の花 :27(TYL)84Fr: -31-

posted on 31 Jan 2011 21:11 by me-no-wonderland in Fanfiction

Au periodFic KHR : 王子様と野生の花
Pairing :  27(TYL)84FRAN
Rating : ?
By :  -niji-

 

 


Part : 31

 

 

 

 

 

 

 

ฤดูซากุระบานที่ทำให้แคว้นทั้งแคว้นสะพรั่งไปด้วยกลีบซากุระสีชมพูอ่อนและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆของดอกซากุระที่พากันเบ่งบานนั้น

ราชอาณาจักรแห่งนี้ได้ถูกสร้างและผนวกขึ้นจาก 7 แคว้น และได้ปกครองโดยต้นตระกูลซาวาดะผู้ก่อตั้งและรวบรวมอาณาจักรนั่นเอง จน ณ บัดนี้ เชื้อสายราชวงศ์ซาวาดะได้ดำเนินมาจนถึงรุ่นที่ 9 ซึ่งองค์ราชาได้มีรัชทายาทด้วยกัน 2 พระองค์ คือ

 

เจ้าชายอิเอมิสึ พระโอรสองค์โต รัชทายาทอันดับหนึ่ง

และเจ้าชายอิเอยาสึ พระโอรสองค์เล็ก  รัชทายาทอันดับสอง

 

หลังจากที่ราชาองค์ที่ 9 ได้สละบัลลังค์ เจ้าชายอิเอมิสึจึงได้ขึ้นครองราชย์ และแต่งตั้งให้เจ้าชายอิเอยาสึผู้เป็นน้องชายขึ้นเป็นอุปราช ...ทั้งสองช่วยกันปกครองดูแลอาณาจักรให้ร่มเย็นได้เสมอมา

แน่นอนว่าทั้งสองพระองค์เป็นราชาและเจ้าชายที่รูปงามไม่แพ้กัน กระนั้น อุปนิสัยของทั้งสองก็ไม่ได้ละม้ายกันดังเช่นหน้าตา ...ราชาอิเอมิสึนั้นเป็นคนค่อนข้างเจ้าชู้ จึงไม่ผิดแปลกอะไรที่ราชาจะมีนางสนมนางกำนัลไว้ปรนนิบัติมากมายซึ่งราชาองค์ก่อนๆก็เป็นเช่นนั้น ทว่าเจ้าชายคนน้องอย่างอิเอยาสึนั้น แม้จะรูปงามกว่าอิเอมิสึ และเป็นที่หลงใหลหมายปองของหญิงสาวไปทั่วแคว้น กระนั้น เพราะเป็นคนที่ค่อนข้างเคร่งครัดต่องานและหน้าที่จึงไม่ใคร่มีนางสนมไว้ปรนนิบัติเช่นพระเชษฐา

 

“เจ้าชาย มีสารจากองค์ราชาถึงพระองค์ขอรับ”  เสียงกล่าวขององครักษ์คนสนิทพร้อมม้วนกระดาษที่ถูกส่งให้ตรงหน้าทำให้เนตรคมสีบุษราคัมที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ต้องละสายตาขึ้นมามอง

อิเอยาสึเลิกขึ้นนิดๆ  “ข้าเพิ่งทำงานของวันนี้เสร็จไปเมื่อครู่ นี่ท่านพี่เพิ่มงานให้ข้าอีกแล้วรึ?”

“เห็นว่าเป็นพระราชโองการถึงพระองค์โดยเฉพาะเลยขอรับ”  จีเอ่ย

ร่างสูงเกศาสีทองถอนหายใจเฮือกนึงแล้วค่อยๆคลี่ม้วนพระราชโองกางนั้นจากพี่ชายออก จากสีหน้านิ่งๆก็เริ่มยุ่งขึ้นมาทีละน้อย ทำเอาองครักษ์ผมสีแดงต้องมุ่นคิ้วมองเจ้าชายที่เคารพรักอย่างสงสัย   “เอ่อ ...หรือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ?”

“ใหญ่มากๆ”  อิเอยาสึวางม้วนกระดาษในมือลงด้วยสีหน้าอ่อนใจ   “จี”

“ขอรับ ?”  ชายหนุ่มขานรับทั้งที่ยังไม่หายสงสัย

“ไปเรียกอุเก็ทสึแล้วก็ที่เหลือมาหน่อยสิ”

“เอ๋? จะให้รวมพลผู้พิทักษ์หรือขอรับ ?”  จีกระพริบนัยน์ตาสีทับทิมของตนปริบๆ

เจ้าชายเกศาฟูฟ่องสีทองยกมือขึ้นเท้าคางพลางเอียงใบหน้าน้อยๆ   “คำสั่งให้เจ้าชายอิเอยาสึนำผู้พิทักษ์ทุกคนไปเที่ยวที่โรงน้ำชาโอฮานะ”


คงเพราะเห็นว่าน้องชายไม่ชอบเที่ยว และไม่ใคร่สนอกสนใจสิ่งใดนอกเหนือจากภารกิจหน้าที่เท่าใดนัก อิเอมิสึจึงอยากให้น้องชายได้พักผ่อนเสียบ้าง และแม้ว่าอิเอยาสึจะไม่ชอบใจเท่าใดกับคำสั่งนี้นัก กระนั้นก็จำต้องพาผู้พิทักษ์ของตนไปพักผ่อนที่โรงน้ำชาที่ใหญ่และชื่อดังที่สุดของแคว้นอย่างเสียไม่ได้

ถึงแม้ว่าผู้พิทักษ์บางคนจะชักสีหน้ากับคำสั่งนี้อยู่บ้างก็เถอะนะ

ย่านเริงรมณ์ซึ่งอยู่ในมุมหนึ่งของตลาดใหญ่ใจกลางเมืองโอโซระนั้น ตอนกลางวันคือเวลาหลับใหล ทว่าเมื่อพระอาทิตย์ตกดินแล้ว ทั้งหอนางโลม โรงอาบน้ำ กระทั่งโรงน้ำชา ก็จะเริ่มเปิดร้านรวงกันอย่างคึกคัก ...แสงไฟหลากสีจากโคมไฟซึ่งถูกห้อยระโยงระยางประดับทั้งหน้าโรงน้ำหน้าและต้นไม้ใกล้เคียงต่างส่องสว่างตา ผู้คนที่เลิกงานกันในช่วงกลางวันแล้วจึงมักจะเที่ยวกินดื่มกันที่ย่านนี้อย่างคับคั่ง ...ขบวนรถม้าของเจ้าชายอิเอยาสึจอดลง ณ หน้าโรงน้ำชาใหญ่ที่มีการตกแต่งสวยงามและชื่อดังที่สุดในย่านนี้ และทันทีที่ก้าวลงจากรถม้า สาวงามผู้ทำหน้าที่ต้อนรับก็ก้าวเข้ามาทำความเคารพอย่างนอบน้อมสวยงามเพราะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี

“สายัณสวัสดิ์เพคะเจ้าชายอิเอยาสึและท่านผู้พิทักษ์ทั้ง 6”  หญิงงามที่ดูแล้วน่าจะเป็นนายหญิงใหญ่แห่งโรงน้ำชานี้ก้มโค้งให้  “เชิญเสด็จเข้าไปยังห้องพิเศษด้านในเลยเพคะ องค์ราชาได้มีรับสั่งให้เตรียมไว้รอแล้วเพคะ”

เสียงดนตรีบรรเลงตลอดทางที่ก้าวตามหลังสาวงามพวกนั้นเข้าไปยังด้านใน รวมทั้งเสียงสังสรรค์ของผู้มาใช้บริการก็ดังปะปนมาด้วยเช่นกัน ...ไม่ใช่ว่านี่เป็นครั้งแรกที่พวกอิเอยาสึถูกสั่งให้มาพักผ่อนที่นี่ แต่เคยมาหลายครั้งหลายคราแล้วเหมือนกัน กระนั้นก็แค่มานั่งกินดื่มโดยมีไมโกะบ้างหรือเกอิชาที่กำลังอยู่ในช่วงอวยโฉมเพื่อให้แขกรื่อหรือขุนนางที่มีอัฐพอจะจ่ายค่าตัวได้ชมโฉมบ้างมาคอยบริการรินชาหรือสาเกให้ รวมทั้งสนทนาอะไรบ้างเล็กๆน้อยๆเรื่อยเปื่อย อย่างน้อยเหล่าสตรีที่คอยบริการของโรงน้ำชานี้ก็มิได้เหมือนนางโลมของหออื่นที่พะเน้าพะนอแขกจนเกินงาม เนื่องจากเป็นหอชื่อดัง และเป็นแหล่งรวมเกอิชาที่งดงามและมีชื่อเสียงมาหลายต่อหลายคน หญิงสาวของที่นี่จึงมีมารยาทและสำรวมมากกว่าที่อื่นๆ

“ขอประทานอนุญาตด้วยเพคะ”  นายหญิงใหญ่แห่งโรงน้ำชาโอฮานะคลานเข่าเข้ามาในห้องก่อนจะก้มศรีษะจรดพื้นทาทามิ และหันไปพยักหน้าให้หญิงสาวที่ตามมาด้วยค่อยๆเข้ามาในห้อง

แน่นอนว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่พวกอิเอยาสึถูกสั่งให้มาที่นี่ นายหญิงใหญ่มักจะพาไมโกะที่กำลังจะได้เลื่อนขั้นเป็นเกอิชาหรือเกอิชาที่กำลังอยู่ในช่วงประมูลเพื่อเบิกพรมจรรย์มาแนะนำให้เสมอ แม้ทั้งเขาและผู้พิทักษ์จะไม่เคยออกอัฐร่วมประมูลเลยสักครั้งเดียวก็ตาม

หญิงสาวก้มหน้าก้มตาคลานเข่าเข้ามานั่งพับขาลงข้างๆนายหญิงใหญ่ ก่อนจะก้มโค้งให้เหล่าบุรุษนั้น ในมือเธอถือบิวะมาด้วย และเธอก็เอาแต่ก้มหน้ากอดมันไว้เสียแน่น ...คงทั้งประหม่าและเกร็งนั่นแหล่ะนะ ก็ในเมื่อผู้ที่กำลังจะได้ฟังเสียงเพลงของเธอนั้นเป็นถึงคนใหญ่คนโตของแคว้น อีกทั้งนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ต้องบรรเลงเพลงต่อหน้าแขก   “เดี๋ยวเถอะมุราซากิ อย่าก้มหน้าเช่นนั้นสิ”  

เมื่อได้ยินเสียงนายหญิงใหญ่เอ่ยกระซิบ หญิงสาวในชุดกิโมโนสีม่วงเผือกงดงามนั้นก็ค่อยๆเงยใบหน้าขึ้น ...เธอมีเส้นผมสีดำขลับยาวสลวยและถูกม้วนเป็นทรงปักด้วยหวีและปิ่นสีงามอย่างดี ดวงหน้างามนั้นขาวผ่องกระนั้นก็ผุดผาดด้วยสีแดงระรื่ออ่อนๆที่ปรางค์แก้ม ดวงตากลมโตสีฟ้าใส


ดวงตาสีเดียวกับสีของท้องนภาเป็นประกายงดงามที่ทำให้เผลอตัวจ้องมอง

เพียงครู่เดียวทั้งดวงตาสีฟ้ากับดวงตาสีส้มทองนั้นก็เบือนหลบกันไปคนละทาง


ทว่า...เพราะได้สบตากันเพียงครู่หรือเปล่านะ? ถึงได้รู้สึกว่าวูบนึงที่หัวใจมันเต้นตุ้บขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด


“นางชื่อ มุราซากิ เป็นเกอิชาคนใหม่ที่อยู่ช่วงอวยโฉมเพคะ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่นางได้ออกมาต้อนรับแขกอย่างเป็นทางการ”  นายหญิงแม่กล่าวแนะนำ ขณะที่มุราซากิยังคงหลบสายตาจากชายหนุ่มสูงศักดิ์ที่เธอเผลอไปสบตาเข้าเมื่อครู่นั้น ...ไม่สมควร ไม่สมควรยิ่งนักที่จะสบกับพระเนตรของเจ้าชายแห่งแคว้นตรงๆแบบนั้น ช่างเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเสียเลย ...แก้มที่มีสีแดงระรื่ออยู่แล้วก็ยิ่งแดงมากกว่าเดิมเสียอีก มุราซากิกอดบิวะไว้แน่น   “ทำให้ได้เหมือนกับตอนที่ฝึกนะมุราซากิ อย่าเกร็งไป”  นายหญิงใหญ่หันมาบอกพอได้ยิน แล้วคลานเข่าถอยไปนั่งลงใกล้ๆประตูห้อง

ห้องทั้งห้องเงียบไปครู่ใหญ่ ทั้งสาวงามที่มาปรนนิบัติ หรือผู้พิทักษ์ทั้ง 6 ก็พากันเงียบและรอฟังเสียงบรรเลงจากเกอิชาหน้าใหม่นั้น

 

ต้องบรรเลงเพลงแล้ว ...
แต่มือมันสั่นไปหมดเลย

 

มุราซากิรู้สึกว่าสั่นเทาไปทั้งตัว และกำลังถูกสายตาของนายหญิงใหญ่มองมาอย่างตำหนิ กระนั้นเธอก็ยังไม่สามารถดีดบิวะได้เสียที ทว่าเสียงนุ่มหูที่ดังขึ้นมาเบาๆก็ทำให้ใบหน้างามที่ก้มมานานต้องเงยขึ้น

  

“มุราซากิ ที่แปลว่าสีม่วงสินะ ?”


นัยน์ตากลมโตสีนภาจดจ้องกับเนตรสีบุษราคัมอบอุ่นคู่นั้น ยิ่งรอยยิ้มอ่อนๆจากริมฝีปากได้รูปที่ได้เห็นก็ยิ่งทำให้รู้สึกแปลกๆที่หน้าอก ...เจ้าชายผมสีทองเอียงใบหน้าของตนน้อยๆ   “เป็นสีของดอกฟูจิ ที่ข้าชอบมากๆเลยล่ะ”


เป็นถ้อยคำที่ทำให้หัวใจสั่นไหวมากกว่าเดิม ทว่ารอยยิ้มบางนั่นก็ทำให้ความประหม่าที่มีมาคลายลงได้อย่างประหลาด


มือบางสวยที่สั่นเทาเมื่อครู่คลายลง มุราซากิค่อยๆบรรจงดีดบิวะ และเริ่มขับขานเสียงหวานเป็นบทเพลงแสนไพเราะให้แก่แขกในห้องนั้นได้สดับ ...ทั้งเสียงหวานใสทั้งใบหน้าแสนงามนั้นสะกดใครบางคนให้ไม่สามารถละสายตาไปมองอย่างอื่นได้ ...และเวลาก็ดำเนินมาจนถึงช่วงดึกดื่น แม้ว่าย่านนี้เป็นย่านที่ไม่เคยหลับใหลยามตรี ทว่าสำหรับผู่ที่ต้องทำงานเมื่อตะวันรุ่งจับที่ขอบฟ้าอย่างอิเอยาสึแล้ว ก็สมควรแก่เวลากลับเข้าวังหลวงเสียที

ผู้พิทักษ์ทุกคนต่างนำไปขึ้นรถม้าก่อน โดยเฉพาะอลาวเด้ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์เมฆาที่ดูจะอารมณ์ไม่ใคร่ดีนัก เพราะเป็นคนที่ไม่ชอบสถานที่แบบนี้เท่าใด แต่ก็ต้องมาตามคำสั่งอย่างเสียไม่ได้ก็รีบกลับเป็นคนแรก ตอนนี้คงเหลือเพียงเจ้าชายรูปงามกับผู้พิทักษ์วายุคนสนิทที่เดินเอื้อยอิ่งอยู่หลังสุดเท่านั้น

“ขอบพระทัยที่เสด็จมาพักผ่อนที่โรงน้ำชาของหม่อมฉันเพคะ”   นายหญิงใหญ่กล่าวพลางก้มโค้งให้

“กลับกันเถิดขอรับ”  จีกล่าว ขณะมองดูพระพักตร์ของเจ้าชายที่ยังคงหันไปมองดูอะไรซักอย่างอยู่นั้น

หญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าสวยคนเดิมที่ไม่ได้ออกมาส่งถึงหน้าโรงน้ำชา แต่ก็แอบหลบมองอยู่ที่หน้าประตู พอเห็นว่าเนตรคมกริบสีส้มทองจ้องไป เธอก็หลบเข้าหลังบานประตูแทบไม่ทัน อิเอยาสึมองแล้วก็ขำออกมาหน่อยๆอย่างลืมตัว ร่างสูงหันหลังกลับแล้วเดินนำองครักษ์เส้นผมสีแดงคนสนิทมายังรถม้าที่ทหารเปิดประตูรอไว้แล้วนั้น

 

“ไว้จะมาพักผ่อนอีกก็แล้วกัน”

 

คำกล่าวเรียบๆนั้นทำให้จีเลิกคิ้วสีเดียวกับสีของเส้นผมของตนขึ้นนิดๆ และทำให้นายหญิงใหญ่แห่งโรงน้ำชาโอฮานะยิ้มแย้มอย่างยินดี  เธอโค้งส่งให้เจ้าชายอีกครั้ง  “เป็นพระกรุณาอย่างสูงเพคะ” 

รถม้าที่ประทับค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากหน้าโรงน้ำชาใหญ่นั้น และวิ่งไปตามทางเพื่อกลับเข้าไปยังวังหลวง ...อิเอยาสึยกแขนวางลงบนขอบหน้าต่างรถม้าและใช้มือข้างนั้นเท้าคาง เหม่อมองดูแสงไฟที่มีเรียงรายไปตามทางที่รถม้ากำลังแล่นผ่านนั้น

ดวงหน้าหวานแสนงามที่มีดวงตาสีนภาคู่นั้นประดับอยู่ ยังคงตราตรึงอยู่ในมโนจิต

“...มุราซากิ ...งั้นรึ ?”

 

 


เพราะใบหน้าแสนงามนั่น
เพราะดวงตาสีเดียวกับสีของท้องฟ้า
เพราะเสียงใสหวานๆราวกับเสียงของลูกนก
หรือเพราะการประสานตากันเพียงครู่เดียวในตอนที่ได้พบหน้าครั้งแรกหรือเปล่า?


ที่ทำให้บังเกิดความสนใจในตัวสาวน้อยผู้นั้นขึ้นมาขนาดนี้?

 

 

ถือว่าเป็นเรื่องแปลกสำหรับผู้พิทักษ์คนสนิทและคนรับใช้ใกล้ชิดมากพอดูที่เจ้าชายรูปงามผู้ไม่เคยให้ความสนอกสนใจหญิงสาวคนไหนและไม่ใคร่ออกไปเที่ยวย่านเริงรมย์เลยนอกเสียจากถูกบังคับ บัดนี้กลับไปที่โรงน้ำชาแห่งนั้นทุกครั้งที่หมดกิจงาน กระนั้น เจ้าชายอิเอยาสึก็มิได้พาผู้พิทักษ์คนไหนตามไปด้วยเช่นคราวที่ได้รับราชโองการจากพระเชษฐา จึงมีเพียงผู้พิทักษ์วายุกับผู้พิทักษ์พิรุณที่ติดตามไปด้วยเพราะเป็นคนที่ใกล้ชิดที่สุดเพียงเท่านั้น


“ได้ข่าวว่าเจ้าชายเสด็จมาอีกแล้วล่ะ”
“เรียกให้มุราซากิเข้าเฝ้าอีกแล้วด้วยนะ”


เหล่าเกอิชาสาวงามคนอื่นๆต่างพากันพูดคุยเรื่องนี้ เพราะถือเป็นเรื่องที่ดังไม่น้อยในโรงน้ำชาแห่งนี้ ...เพราะนี่ก็ใกล้จะครบกำหนดวันประมูลตัวมุราซากิแล้ว มีทั้งเศรษฐี พ่อค้า และขุนนางหลายต่อหลายคนที่พากันหมายตาหมายใจในตัวนาง และเจ้าชายก็คงจะเป็นหนึ่งในนั้นด้วยกระมัง ? นับว่ามุราซากิเป็นเกอิชาหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จอยู่ไม่น