KHR Au-periodFic : 王子様と野生の花 :27(TYL)84Fr: -32-

posted on 02 Feb 2011 20:25 by me-no-wonderland in Fanfiction

Au periodFic KHR : 王子様と野生の花
Pairing :  27(TYL)84FRAN
Rating : ?
By :  -niji-

 

 


Part : 32

 

 

 

 

เสียงเรไรที่พากันกรีดร้องประชันกับแสงร้อนแรงของดวงอรุณที่บัดนี้ขึ้นตรงอยู่กลางนภาผืนกว้างนั้นดังก้องไปทั่ว ...ตำหนักหลังงามอันเป็นที่พักของเจ้าชายอิเอยาสึบัดนี้เพิ่มทหารรักษาการอย่างแน่นหนาแตกต่างไปจากทุกทีราวกับว่าจะมีใครลอบขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น

ภายในห้องอันเคยเป็นห้องบรรทมของอิเอยาสึมาก่อน บัดนี้ได้เป็นที่พักของลูกน้อยที่เพิ่งได้พบหน้ากันเมื่อวันวาน ...เพราะในตอนที่ตื่นนอนมานั้น บาจิลก็แสดงอาการผิดปกติโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ ทั้งอาการนั่งนิ่งไม่พูดจา แววตาล่องลอยไร้ประกาย ไม่ยอมทานอะไร ซ้ำยังอาเจียนออกมาเป็นพักๆจนทั้งสองสาวใช้และนางกำนัลพากันวุ่นวายไม่น้อย อิเอยาสึจึงวานให้จีผู้เป็นผู้พิทักษ์คนสนิทไปตามหมอหลวงมาตรวจดูอาการ

มือใหญ่ซึ่งจับยังข้อมือน้อยของร่างบอบบางที่นั่งนิ่งอยู่บนฟูกที่เดิมค่อยๆวางมือนั้นลง ก่อนจะหันใบหน้าไปทางชายหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูรอฟังผลอยู่ด้วยสีหน้าขึงเครียดไม่น้อย  “…ไม่มีไข้ แต่ชีพจรเต้นค่อนข้างอ่อนขอรับ แขนข้างที่หักก็ยังค่อนข้างบวม ตอนนี้ข้าประคบยาแล้วก็เปลี่ยนผ้าดามแขนให้แล้ว ขอแค่ระวังอย่าให้กระทบกระเทือนหรือขยับมากก็พอขอรับ ...แล้วก็”   หมอหลวงหยุดไปนิดๆก่อนจะหันกลับไปมองดวงหน้าหวานที่กำลังเหม่อลอยมองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายนั้นอีกครั้ง

 


“ท่านสนมน้อยกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆอยู่ด้วย”

 

 

 

!?

 

 

 

คำกล่าวของหมอหลวงทำเอาทุกคนที่อยู่ในห้องพากันตกตะลึง แล้วยิ่งอิเอยาสึแล้ว จากที่เอนหลังพิงบานประตูก็ผุดยืนตรงแทบจะทันที ดวงเนตรสีบุษราคัมหรี่มองหมอหลวง   “เจ้าจะบอกข้าว่า บาจิล...”

“ขอรับ ท่านสนมน้อยเป็นคามิโซระ ...ตอนนี้ก็ ตั้งครรภ์ได้ 3 สัปดาห์กว่าๆแล้วขอรับ แต่ก็อ่อนแอมาก ถ้าหากอาการของท่านสนมน้อยยังไม่ดีขึ้นจากตอนนี้ ไม่แน่ว่าพระโอรสหรือพระธิดาในครรภ์จะรอดยากนะขอรับ”

 

คามิโซระ ก็คือชายที่ได้รับพรพิเศษจากพระเจ้าให้สามารถกำเนิดทายาทได้เฉกเช่นสตรีเพศตามความเชื่อของแคว้นโอโซระที่มีมายาวนานเกือบพันปี  และชายที่เกิดมาพร้อมพรพิเศษนี้ก็มีน้อยนัก หรือจะเรียกว่า 100-200 ปีจะมีขึ้นมาสักคนหนึ่ง ...พรพิเศษนี้ยังความยินดีแก่ผู้ที่มีมัน และยังความทุกข์ให้ด้วย แน่นอนว่ามันทำให้ชายสามารถตั้งครรภ์ได้เหมือนสตรี แต่การคลอดนั้นมันแตกต่างกัน ถ้าหากไม่มีหมอผ่าตัดฝีมือดีๆทำคลอดให้ ก็ไม่วายจบชีวิตพร้อมลูกในท้อง


และที่ผ่านมา มีเพียงพวกมีฐานะกับพอมีฐานะเท่านั้นที่รอดจากการคลอดบุตรได้
และที่ผ่านมาจากที่กล่าวนั้นมันก็นานผ่านมาเกือบร้อยปีแล้ว

 

ฟังคำจากหมอหลวงแล้วร่างสูงเจ้าของเกศาฟูฟ่องสีทองก็กำหมัดแน่น   “ทำไมต้องเป็นลูกของข้า !?”

“สงบพระทัยก่อนเถิดขอรับ”  องครักษ์นัยน์ตาสีทับทิมเอ่ย   “ตอนนี้เรามาห่วงเรื่องที่ท่านบาจิลไม่ยอมทานอะไรเลยดีกว่านะขอรับ”

อิเอยาสึสบถเบาๆ แต่ก็ค่อยๆหลับตาลงและคลายกำปั้นที่กำแน่นออก จีหันไปมองหมอหลวงที่ยังนั่งอยู่ข้างๆฟูกของเด็กน้อยนั้น   ”พอจะมียาบำรุงที่ทำให้ท่านบาจิลรู้สึกอยากทานอาหารขึ้นมาได้บ้างไหม?”

“มีน่ะมีขอรับ แต่ว่า”  หมอหลวงถอนหายใจเบาๆ   “ขนาดข้าวกับน้ำยังไม่ยอมแตะเลย แบบนี้ข้าเองก็คิดไม่ตกเลยจริงๆว่าท่านสนมน้อยจะทานยาได้อย่างไร ?”

“เรื่องนั้นค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้เจ้าก็จัดยาตามที่ข้าบอกซะ”  จีกล่าว

“ขอรับ”

หลังจากที่หมอหลวงจัดยาให้แล้วก็ขอตัวกลับไป อิเอยาสึยกมือขึ้นเสยเส้นผมสีทองด้านหน้าของตนเบาๆอย่างหงุดหงิดใจ  “พวกเจ้าออกไปรอกันหน้าห้องก่อน” 

เหล่านางกำนัลรวมทั้งอาสึสะและสุสุเมะที่ยังคงตกใจกับผลตรวจทีได้ยินพากันตั้งสติและก้มโค้งให้  “เพคะ”

บานประตูเลื่อนถูกปิดลงเมื่อทุกคนออกไปรอหน้าห้องกันจนหมดแล้ว อิเอยาสึค่อยๆก้าวไปนั่งลงตรงหน้าลูกน้อยที่ยังคงมีอาการเดิม ...ดวงตาสีนภากลมโตคู่งามที่หมองหม่นราวกับมีเมฆฝนสีดำปกคลุมจนแทบจะมองไม่เห็นเงาสะท้อนของใบหน้าเขาที่อยู่ใกล้กันขนาดนี้ ...มือใหญ่ยกขึ้นประคองพวงแก้มอุ่นของคนตัวเล็กเบาๆ   “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหนหรือ ? …มุราซากิน่ะ”

ไร้เสียงที่เค้าอยากได้ยินที่สุดตอบกลับมา มีเพียงดวงตากลมโตคู่นั้นที่กระพริบช้าๆเบาๆเท่านั้น

“บาจิล”  อิเอยาสึค่อยๆปล่อยมือออกจากปรางค์แก้มนวลนุ่มนั้น ...เขาไม่อยากตัดใจ แต่เขาก็ทั้งพยายามคุย พยายามถามลูกน้อยมาตั้งแต่เช้าแล้ว และบาจิลก็ไม่ยอมปริปากเอ่ยอะไรออกมาเลย เขาไม่รู้เลยว่าบาจิลจะมองเห็นเขาหรือได้ยินเสียงของเขาไหม? หรือจริงๆแล้ว บาจิลที่เห็นอยู่ตอนนี้อาจจะเป็นเพียงร่างเปล่าๆที่ไร้ดวงวิญญาณก็เป็นได้ ...ร่างสูงเลื่อนมือลงมาแตะยังมือน้อยและกุมมือข้างนั้นของบาจิลขึ้นมา   “กลับมาเถอะนะ”

 


กลับมา...

 

แสงสว่างที่ตกกระทบยังกำไลหยกสีเขียวครามซึ่งสวมอยู่ในมือข้างที่อิเอยาสึยกขึ้นมากุมไว้นั้นสะท้อนสู่ดวงตาคู่งาม

 

กำไล .....สีเขียว

 

 


สัญญาว่าเจ้าจะรอข้า ...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าจะรอข้า ...แล้วข้าจะมารับเจ้า

 

 

 

“.....กลับมาแล้วหรือขอรับ ?”  เสียงใสที่เอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆที่ปรากฎอยู่บนดวงหน้าหวานทำให้อิเอยาสึชะงัก บาจิลกระชับมือของคนตรงหน้าเบาๆ    “......ท่านฟราน”

ผิวแก้มอุ่นที่เพิ่งละออกมาเมื่อครู่เอียงลงแนบกับฝ่ามือของคนตรงหน้าซึ่งกำลังกอบกุมไว้ บาจิลยังคงยิ้มอ่อนๆและเกาะกุมมือของอิเอยาสึไว้แน่น ขณะที่ผู้เป็นพ่อตอนนี้กำลังมองรอยยิ้มนั้นด้วยดวงตาสีส้มทองไหวระริก ...เป็นรอยยิ้มที่ยิ่งมองก็ยิ่งหน่วงในอกเหลือเกิน

 

บาจิล มองไม่เห็นเขาหรือ ?

แล้วนามที่เอ่ยออกมาเมื่อครู่นั้นคือนามของใคร ?

 

แม้รอยยิ้มอ่อนหวานที่เห็นอยู่ในตอนนี้แลดูจะมีความสุขนัก ทว่าอิเอยาสึก็ค่อยๆดึงมือตนออกมาจากมือน้อยคู่นั้น เพียงแค่นั้น รอยยิ้มที่มีก็ค่อยๆจางหายไป คิ้วสวยสีทรายตกลู่ ...และหยาดน้ำตาก็ร่วงเผาะลงมาจากดวงตากลมโตสีนภาหมองหม่นของคนตัวเล็ก   “…ไม่...ใช่ ...หรือ?”

ทั้งเสียงพึมพำ ทั้งแรงสะอึก ทั้งน้ำตาที่ไหลหลั่ง ...ร่างสูงเจ้าของนัยน์เนตรสีส้มทองมองแล้วก็อดสงสารลูกไม่ได้ อิเอยาสึคว้าเอาร่างบอบบางน้อยๆตรงหน้ามากอดไว้เบาๆ พลางลูบมือยังแพรผมสีทรายอ่อนนุ่มนั้น ...บาจิลร้องไห้เสียจนตัวสั่นไปหมดราวกับกำลังเหน็บหนาว ...เสียงสะอื้นดังยังมาแว่วๆ และหยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าก็ร่วงรินเสียจนแผ่นอกที่กดให้ดวงหน้าหวานซบอยู่นั้นก็เปียกชื้นเป็นด่างดวง


เป็นเสียงร้องไห้ที่แสนเจ็บปวดเหลือเกิน...


อิเอยาสึหลับตาลงแน่นพลางซบใบหน้าลงยังแพรผมสีอ่อนของคนตัวเล็กในอ้อมแขน   “พ่อขอโทษ ...ขอโทษนะ ...ขอโทษนะบาจิล”

นานแค่ไหนไม่รู้ที่อิเอยาสึกอดบาจิลเอาไว้แบบนั้น กระทั่งร่างน้อยๆผลอยหลับไปเพราะร้องไห้เสียจนอ่อนแรง ร่างสูงจึงประคองให้ลูกน้อยนอนลงบนฟูก ...ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยน้ำตาออกจากพวงแก้มนวลเบาๆ ก่อนจะประทับจุมพิตยังหน้าผากมนของบาจิล ...อิเอยาสึก้าวออกมาจากห้อง ก่อนจะปลายดวงตาสีส้มทองมองสาวใช้ที่ก้มโค้งให้ตนอยู่หน้าห้องนั้น   “พวกเจ้าสองคนที่ติดตามลูกข้ามาน่ะ ข้ามีอะไรจะถามหน่อย”

คำกล่าวจากเจ้าชายผมสีทองฟูฟ่องทำให้อาสึสะกับสุสุเมะเงยหน้าขึ้นจากพื้นที่ก้มจรดอยู่   “เพคะ” 

ฟราน ที่ลูกข้าพูดถึงน่ะ คือใครกัน?”

อาสึสะกับสุสุเมะหันไปสบตากันครู่นึง และยังไม่ทันที่อาสึสะจะเอ่ยปากตอบ สุสุเมะก็ชิงพูดขึ้น   “ท่านฟรานเป็นพ่อบ้านประจำตำหนักโอริฮิเมะเพคะ เป็นคนที่ท่านสนมน้อยรัก ทั้งสองคนรักกัน แต่ว่าก็ถูกเจ้าชายจับได้ ...ท่านฟรานก็เลยถูกประหาร ....เพคะ

แม้เสียงในตอนท้ายของสุสุเมะจะสั่นคลอนไปบ้าง ทว่าคำตอบนั้นก็ทำให้อิเอยาสึกระจ่างแก่ใจว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้บาจิลเป็นแบบนี้ ...เพราะเสียใจมากถึงได้ร้องไห้ขนาดนั้น เพราะเสียใจ ถึงได้ปิดกั้นตัวเอง ...ที่ลูกของเขายังสามารถฝืนทนอยู่ได้จนถึงตอนนี้ คงเพราะอาจจะกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง และบางอย่างที่ว่านั่นมันคงไม่สามารถหวนกลับมาอย่างที่บาจิลกำลังหวัง    “ฝากพวกเจ้าดูแลบาจิลต่อด้วยนะ”  

“เพคะ”

ร่างสูงค่อยๆก้าวผ่านไป   “แล้วก็ ...เลิกเรียกลูกของข้าว่า สนมน้อย เสียที”


ร่างสูงสง่าของเจ้าชายอิเอยาสึก้าวตรงไปยังห้องอันเคยเป็นที่ทำงานของตนในสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งอุปราช และพบว่าองครักษ์คนสนิทของตนรออยู่แล้ว อิเอยาสึก้าวไปนั่งลงบนแท่นที่นั่งหน้าโต๊ะทำงานนั้น พลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาบีบยังระหว่างคิ้วของตน  “บาจิลเป็นแบบนี้ ข้าคงถามไถ่อะไรจากลูกไม่ได้จนกว่าจะหาย”

จีมองผู้เป็นนายเหนือหัวแล้วก็พลอยขมวดคิ้วตามไปด้วย ...เขาไม่ได้เห็นสีพระพักตร์ที่ดูย่ำแย่ขนาดนี้ของเจ้าชายมานานมากแล้วตั้งแต่ตอนที่ตัดสินใจขึ้นเรือออกไปจากราชอาณาจักรนี้ แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น จ๊อตโต้ นั่นแหล่ะ... กระนั้นจีก็ไม่ได้ถามหรือเอ่ยอะไร เพราะบางที คำปลอบใจก็ไม่ดีไปกว่าความเงียบที่จะทำให้ผู้ที่กำลังกลัดกลุ้มใจอยู่สงบลงได้บ้าง และคงเป็นอย่างที่คิด เพราะเงียบไปได้ไม่นาน อิเอยาสึก็ลดมือที่ใช้บีบระหว่างคิ้วของตนลง   “สงสัย ข้าคงต้องพึ่งเจ้าอีกแล้ว”

“กำลังรออยู่เลยขอรับ”  บุรุษเกศาสีแดงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

อิเอยาสึถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าคาง   “ช่วยสืบทีสิ ว่าสึนะพาบาจิลมาจากที่ไหน”

จีก้มคำนับให้ต่อคำสั่งนั้น   “จะไม่ทำให้พระองค์ผิดหวังแน่ขอรับ” 

“ขอบใจมากนะ”  สุระเสียงนุ่มหูกล่าวขณะมองตมแผ่นหลังของเพื่อนสนิทที่เดินออกไปจากห้อง ...บาจิลยังเด็กขนาดนี้ ยังไงก็ต้องอยู่กับแม่แน่ๆ หากเขารู้ว่าหลานชายไปนำตัวลูกของเขามาจากที่ไหนล่ะก็ เขาก็อาจจะได้พบหน้าภรรยาของเขาอีกครั้ง

 

 

แม้ว่าตอนนี้ มุราซากิอาจจะไม่เหลือเยื่อใยให้แก่ชายที่ทิ้งเธอไปโดยไม่ยอมฟังอะไรคนนี้ก็ตาม

อย่างน้อย ก็อยากจะขอโทษ ...หวังว่ามุราซากิจะยอมให้อภัยคนที่เห็นแก่ตัวอย่างเขา

 

 

 

 

.

 

 

 

 


“อย่าทำหน้าตกใจแบบนั้นสิ ข้าให้โกคุเดระพาตัวเจ้ามาเพราะมีเรื่องอยากจะถาม” 

สุระเสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆ ทว่าดวงตาสีน้ำตาลคมกริบที่ดูแล้วพยายามสะกดอารมณ์หงุดหงิดไว้เต็มที่ของเจ้าชายสึนะโยชินั้นทำให้หมอหลวงที่เพิ่งถูกองครักษ์คนสนิทของเจ้าชายลากคอมาก้มโค้งต่ำตัวสั่นเทิ้มไปหมดจนคนบนแท่นที่นั่งอดถอนหายใจเสียงดังไม่ได้ และแน่นอนว่ามันก็ทำให้หมอหลวงสะดุ้งกว่าเดิม   “เจ้าไปที่ตำหนักของเสด็จอามาใช่ไหม?”

“ข...ขอรับ”  หมอหลวงตอบทั้งที่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นจากพื้น

“บาจิล...เป็นอย่างไรบ้าง?”  สุระเสียงที่กล่าวเรียบๆแข็งๆเมื่อครู่ลดความกระด้างลงเสียจนหมอหลวงแปลกใจ

“ท...ท...ท่านสนมน้อยค่อนข้