KHR Au-periodFic : 王子様と野生の花 :27(TYL)84Fr: -33-

posted on 07 Feb 2011 17:09 by me-no-wonderland in Fanfiction

Au periodFic KHR : 王子様と野生の花
Pairing :  27(TYL)84FRAN
Rating : ?
By :  -niji-

 

 


Part : 33

 

 


กระโถนใบใหญ่ถูกยกมารองกองโลหิตที่ร่างน้อยกำลังกระอักอาเจียนออกมาเรื่อยๆ อาสึสะทั้งถือกระโถนไว้ และมืออีกข้างก็กำลังลูบที่แผ่นหลังของคนตัวเล็กไปมา ทั้งนางกำนัลก็ช่วยกันประคองบาจิลเอาไว้ ...หลังจากที่วุ่นวายกันอยู่ซักพัก บาจิลที่อาเจียนจนแทบหมดแรงก็ถูกประคองให้นอนลงบนฟูก และคนตัวเล็กก็หอบหายใจระรัวเสียจนแผ่นอกกระเพื่อมอย่างค่อนข้างรุนแรง แลดูแล้วทรมานไม่น้อย อาสึสะค่อยๆเช็ดปากและคางที่เปรอะไปด้วยเลือดแดงฉานนั้นให้ พลางปัดปอยผมสีทรายด้านหน้าออกให้


“ท่านบาจิลอาการแย่กว่าเดิมอีกนะเจ้าคะ”
“ยาที่หมอหลวงจัดไว้ให้ก็ไม่ยอมแตะ น้ำก็ไม่ยอมดื่มแบบนี้ไม่ดีแน่ๆเจ้าค่ะ”


พวกนางกำนัลพากันเอ่ยด้วยความกังวล อาสึสะเองก็เช่นกัน กระนั้นประตูที่เปิดออกพร้อมกับหมอหลวงที่รีบเดินมานั่งลงข้างๆทำให้อสึสะต้องถอยออกมาจากฟูก อิเอยาสึก็เช่นกัน ...ร่างสูงเกศาฟูฟ่องสีทองก้าวไปนั่งลงยังอีกฟากของฟูก พลางจ้องดวงหน้าหวานที่กำลังหายใจหนักหน่วงแลดูทรมานอยู่นั้น หมอหลวงจับชีพจรพลางมองใบหน้าซีดๆของเด็กน้อยบนฟูกไปพลาง

“ทำไมลูกข้าถึงอาเจียนออกมาเป็นเลือดล่ะ !? หรือเกิดอะไรขึ้นอวัยวะข้างใน ?”  อิเอยาสึถาม

“ไม่มีอะไรเสียหายหรอกขอรับ”  หมอหลวงมุ่นคิ้ว   “เพียงแต่เพราะว่าท่านบาจิลไม่ยอมทานอะไร ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย แล้วก็เอาแต่อาเจียน พอไม่มีอะไรให้ออกมา ร่างกายก็เลยขับเลือดออกมาแทนขอรับ”

“ถึงจะบอกว่าไม่มีอะไรเสียหาย แต่แบบนี้ก็ใช่ว่าจะดีไม่ใช่รึ!?”

“ขอรับ ...แย่มากๆ”  หมอหลวงกล่าว   “ถ้ายังไม่ยอมทานอะไรแล้วยังอาเจียนออกมาเป็นเลือดแบบนี้อีกเรื่อยๆ ...ท่านบาจิลก็อาจจะ ..”

“หยุดพูด แล้วหาทางช่วยลูกข้าเร็วเข้า!”  อิเอยาสึขึ้นเสียงทั้งดวงตาสีส้มทองก็ฉายวับขึ้นจนทุกคนในห้องพากันสะดุ้งสั่นขึ้นมา

หมอหลวงรีบก้มโค้งให้   “ข...ขอประทานอภัยขอรับ! ข้าจะรีบหาทางช่วยท่านบาจิลเดี๋ยวนี้ขอรับ!”

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้โดยง่าย เพราะถึงแม้ว่าอิเอยาสึจะช่วยประคองบาจิลไว้ให้ และหมอก็พยายามกรอกยาให้แล้วก็ตาม แต่คนตัวเล็กสำลักมันออกมาจนหมด มิหนำซ้ำยังทำให้อาเจียนก้อนเลือดออกมาอีกอึกใหญ่จนทำให้บาจิลหมดสติไปเสียด้วยซ้ำ …อิเอยาสึมองดูลูกน้อยที่กำลังทรมานแบบนั้นแล้วก็แทบจะทนไม่ได้ หลังจากที่วานให้พวกสาวใช้จัดการเปลี่ยนชุดให้บาจิลแล้ว เขาจึงออกมายังหน้าตำหนัก แล้วชกโครมเข้าที่ต้นซากุระต้นใหญ่ใกล้ๆนั้นเสียจนกลีบใบมันร่วงลงมาตามแรงสะเทือน

“ทำยังไงดีนะ!”  อิเอยาสึซบหน้าผากลงยังแขนที่ใช้พิงต้นซากุระไว้นั้น พลางหลับตาลงอย่างกลัดกลุ้มใจ

พยายามป้อนก็แล้ว จับกรอกก็แล้ว แต่ร่างกายบาจิลก็ไม่ยอมรับอะไรเข้าไปเลยสักอย่างเดียว มิหนำซ้ำยังอาเจียนออกมาจนหมดอีก

 

 


ทั้งๆที่ได้รู้ว่าตัวเองมีลูก แล้วก็ได้เจอหน้าลูกแล้วแท้ๆ

แต่เขาจะไม่สามารถรักษาสิ่งมีค่านี้ได้งั้นหรือ ?

 

 

“ใกล้จะค่ำแล้วนะขอรับ”  จีกล่าวขณะมองดูแผ่นหลังของผู้เป็นนายที่ตอนนี้ราวกับหมดเรี่ยวแรง   “พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า”

นั่นสินะ ...อิเอยาสึถอนหายใจแล้วค่อยๆหันกลับมา   “แต่ถ้า ...เกิดอะไรขึ้นกับลูกในระหว่างที่ข้าไม่อยู่ล่ะ แล้วข้าจะบอกมุราซากิว่าอย่างไรดี ?”

เนตรสีทับทิมมองใบหน้าที่ดูเซื่องซึมของอิเอยาสึแล้วก็หลับตาลง   “อย่าลืมสิขอรับ ว่านอกจากเจ้าอลาวเด้กับเจ้าเดม่อนแล้วก็ยังมีเจ้านัคเคิ้ลอยู่อีกคน เปลวไฟหมอนั่นน่ะเยียวยาฟื้นฟูสภาพร่างกายได้นะขอรับ ถึงแม้ว่าท่านบาจิลจะมีบาดแผลที่จิตใจ แต่ถ้ารักษาร่างกายไว้ให้ได้ก่อน แล้วแผลใจนั้นก็ค่อยๆเยียวยากันไปก็ได้มิใช่หรือ ?

“อา...จริงสินะ”  อิเอยาสึพึมพำ ขณะปลายสายตามองตามมือของจีที่ผายไปทางตำหนัก ร่างสูงมองแล้วก็ถอนหายใจออกมาด้วยรอยยิ้มบาง ก่อนจะเดินสวนผู้พิทักษ์วายุของตนขึ้นตำหนัก   “ขอบใจมากนะ จี”

หลังจากที่ทานมื้อค่ำเสร็จ และพวกนางกำนัลส่วนมากก็พากันกลับเรือนพักกันหมดแล้ว ...ตอนแรกก็พยายามจะนอนให้หลับอยู่หรอกนะ แต่ก็หลับไม่ลงจริงๆเสียด้วยสิ ...อิเอยาสึค่อยๆเดินไปตามทางที่มีเพียงสลัวของแสงเทียนในตำหนักนี้ และมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องนอนของลูกน้อยซึ่งบัดนี้ถูกดับเทียนจนมืดมิดแล้ว หน้าห้องก็มีอาสึสะกับสุสุเมะนอนเฝ้าอยู่ และดูท่าทางจะพาหลับกันสนิทมาก คงเพราะเหน็ดเหนื่อยกับการช่วยกันดูแลลูกของเขามาทั้งวัน อิเอยาสึค่อยๆเลื่อนบานประตูห้องนอนของบาจิลออก ทว่าเปิดแง้มได้เพียงนิดก็ต้องชะงักไปเมื่อสายตาไปประสบกับอะไรบางอย่างในห้องนั้น

ละอองแสงสีเขียวครามสว่างเป็นประกายเล็กๆระยิบระยับลอยฟุ้งอยู่รอบๆร่างของใครบางคนที่นั่งอยู่ข้างฟูกบาจิล

แม้จะเป็นร่างที่ค่อนข้างโปร่งแสง ทว่าแสงจันทร์ที่ส่องสว่างพอนั้นก็ทำให้เขาเห็นทุกอย่างได้เด่นชัด ...เป็นร่างของเด็กหนุ่มในชุดคาริกินุฮิโตเอะโทนสีเขียวครามอ่อนๆ ใบหน้าเรียวงามประดับด้วยดวงตาสีใบไม้ และเส้นผมก็เป็นสีเดียวกับสีของดวงตานั้น ...เด็กหนุ่มคนนั้นค่อยๆลูบมือยังหน้าผากและแก้มของร่างน้อยบนฟูกเบาๆ และทอดมองดวงหน้าหวานที่กำลังหลับสนิทด้วยดวงตาสีงามคู่นั้น

เด็กหนุ่มก้มลงไปประทับจุมพิตที่หน้าผากของคนตัวเล็กเบาๆ และปล่อยมือตนออกจากร่างบอบบางนั้น และดวงตาสีเขียวครามก็ปลายขึ้นสบกับดวงเนตรสีบุษราคัมของผู้ที่แอบมองดูอยู่ยังอีกฟากของบานประตู อิเอยาสึเลื่อนเปิดประตูออกและก้าวเท้าเข้าไปในห้องนั้นทันที ...ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มลุกขึ้นจากพื้น และมอบรอยยิ้มให้ ก่อนที่ร่างจะค่อยๆสลายกลายเป็นเพียงแสงระยับระยับลอยละล่องไปกับสายลมราตรีที่พัดโชย

เจ้าชายเกศาสีทองรีบก้าวออกมายังชานที่เปิดไว้พอประมาณเพื่อรับลม และมองขึ้นไปยังท้องนภาสีดำสนิทหากแต่ก็มีจันทราประดับเด่นทอแสงสีเงินยวงอยู่บนนั้น ...พระพายโบกโชยมาน้อยๆทำให้เส้นผมสีทองพลิ้วลู่ เนตรสีส้มทองกระพริบปริบ   “...วิญญาณ?”

 


สิ่งที่เห็นอาจจะดูราวกับว่ามันเป็นเพียงภาพมายา
กระนั้นแล้ว เขาก็พอจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่มันเหนือกว่านั้น

ที่เห็นอาจจะไม่ใช่วิญญาณ
แต่ก็ไม่ใช่ไอสัมผัสของมนุษย์เช่นกัน


เด็กหนุ่มที่เห็นเมื่อครู่ ...หรือว่าจะ ...

 


เสียงขยับตัวเบาๆจากร่างน้อยบนฟูกทำให้อิเอยาสึละสายตาจากท้องฟ้ายามค่ำคืนด้านนอกนั้น มือใหญ่เลื่อนบานประตูตรงชานติดสวนหย่อมให้ปิดลง ก่อนจะเดินกลับมานั่งลงข้างๆฟูกของบาจิล ...ร่างสูงยกมือขึ้นลูบหัวลูกเบาๆ

“…ท่าน...ฟราน”

เสียงใสพึมพำพอได้ยินก่อนจะเงียบไป อิเอยาสึนิ่งไปซักครู่แล้วค่อยๆดึงผ้าห่มห่มให้ เนตรสีบุษราคัมงดงามทอดมองดวงหน้าหวานที่ซบซุกอยู่กับผ้าห่มอุ่นๆด้วยความเงียบงัน  “นั่นหรือเปล่า คนที่ลูกรอคอย”

 

 

 

 


.

 

 

 

 


แม้ดวงอรุณจะยังไม่ขึ้นจากผืนปฐพี และเป็นช่วงที่เช้ามากสำหรับใครอื่น แต่สำหรับเหล่านางกำนัลและสาวใช้แล้ว นี่คือเวลาที่ต้องตื่นนอนเพื่อเริ่มกิจวัตรของตน ...สุสุเมะได้รับหมอบหมายจากอาสึสะให้คอยดูแลบาจิลอยู่ที่ห้อง ส่วนอาสึสะนั้นก็เข้าครัวไปช่วยพวกสาวใช้ปรุงอาหารสำหรับทุกคน อาสึสะค่อยๆตักข้าวต้มสาหร่ายที่ทำขึ้นจากหม้อเมื่อเห็นว่ามันสุกอ่อนดีแล้ว ก่อนจะจัดลงในสำรับสำหรับบาจิล

“ท่านบาจิลจะยอมกินข้าวหรือเจ้าคะ ?”
“ยิ่งช่วงเช้าๆแบบนี้ด้วย เดี๋ยวก็อาเจียนออกมาหมดหรอกเจ้าค่ะ”
“ถ้าเกิดอาเจียนออกมาเป็นเลือดอีก จะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะ ?”

พวกสาวใช้พากันถาม อาสึสะยกถาดขึ้นแล้วถอนหายใจเบาๆ   “ก็ยังดีกว่าปล่อยไว้แบบนั้นไม่ใช่รึ?”  หญิงชรากล่าวก่อนจะยกสำรับเดินออกมาจากห้องครัว

อย่างน้อยถ้าหากว่าเธอไม่ได้พะวงหาฟรานเสียจนหูแว่วไปเอง เสียงกระซิบที่เธอได้ยินตอนที่หลับอยู่ในราตรีก่อนเธอคิดว่าเป็นเสียงของคุณหนูของเธอ ...ข้าวต้มผสมสมุนไพรที่ทำนี้ก็ทำตามที่คุณหนูของเธอบอก และเธอหวังว่าบาจิลจะสามารถทานมันได้โดยไม่อาเจียนออกมาเสียหมดเฉกเช่นวันก่อนๆ อาสึสะวางถาดสำรับลงหน้าห้อง จรดปลายนิ้วมือก้มโค้งให้ ก่อนจะค่อยๆเลื่อนเปิดบานประตูห้องออก ...ตอนนี้สุสุเมะกำลังค่อยๆประคองร่างบอบบางที่ดูเหมือนว่าจะได้สติแล้วขึ้นมาจากฟูกอย่างเบามือ และกำลังจัดการหวีสางเส้นผมสีทรายอ่อนนิ่มนั้นให้

“อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านบาจิล”  อาสึสะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แม้ดวงแก้วกลมโตสีนภานั้นจะยังคงเหม่อลอยตามเดิมก็ตาม หญิงชรายกสำรับมาวางลงข้างฟูก พลางยกถ้วยข้าวต้มสาหร่ายขึ้นมาตักเป่าให้คลายความร้อนลง   “วันนี้ก็ทานอะไรเสียหน่อยนะเจ้าคะ”

“ท่านบาจิลจะไม่อาเจียนออกมาจนหมดเหมือนวันก่อนหรือเจ้าคะ ?”  สุสุเมะปล่อยมือจากแพรผมสีทรายที่ตนกำลังหวีสางอยู่ พลางเอ่ยถาม

อาสึสะยื่นมือไปแตะยังมือน้อยข้างที่ไม่ได้ถูกดามนั้น ก่อนจะกระชับเบาๆ   “เมื่อคืน ท่านฟรานก็บอกแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ ว่าท่านบาจิลจะอยู่รอและต้องไม่ดื้อน่ะเจ้าค่ะ”  คำกล่าวนั้นทำให้สุสุเมะหน้าซีดเล็กน้อย เธอมองซ้ายมองขวาไปรอบห้อง

“ท...ท....ท่านฟราน...มาที่นี่หรือเจ้าคะ!?”  O[]o|||

อาสึสะปรายตาดุสุสุเมะก่อนจะหันไปพูดกับร่างน้อยที่ดูเหมือนจะมีปฏิกิริยาตอบรับให้กับคำกล่าวของเธอไม่น้อย เพราะมือข้างที่อาสึสะจับอยู่นั้นขยับเบาๆ ...หญิงชราอมยิ้มขณะเลื่อนมือของบาจิลไปแตะยังหน้าท้องน้อย   “ในตัวท่านบาจิลตอนนี้น่ะ มีสิ่งพิเศษอยู่นะเจ้าคะ ...ท่านไม่อยากเห็นหน้าลูกของท่านกับท่านฟรานหรือ ?”

“ท่านอาสึสะเจ้าคะ แต่ว่า นั่นน่ะ”

“เจ้าน่ะเงียบไปก่อนได้ไหม”  อาสึสะหันไปดุสุสุเมะอีกรอบ ก่อนจะหันกลับมามองดวงหน้าหวานของคนตัวเล็ก แม้จะยังนิ่งงัน ทว่าในดวงตาแสนงามนั้นก็กำลังไหวระริกน้อยๆ และมือน้อยข้างที่อาสึสะประคองให้จับยังหน้าท้องนั้นก็กระชับแน่น   “คุณหนูฟรานตัวน้อยอยู่กับท่านบาจิลนะเจ้าคะ”

หยาดน้ำตาอุ่นๆที่ร่วงเผาะลงมาบนตักนั้นทำให้อาสึสะคลี่ยิ้มบาง ...อย่างน้อยตอนนี้บาจิลก็รับรู้ถึงคำพูดของเธอแล้ว และน้ำตาที่เห็นอยู่นี้ก็มิใช่น้ำตาแห่งความทุกข์โศกอย่างเช่นที่มีมา...หญิงชราค่อยๆคนข้าวต้มในถ้วยและเป่าให้ ก่อนจะยื่นไปป้อนให้  “ทานข้าวเถอะนะเจ้าคะ ป่านนี้คุณหนูน้อยคงหิวแย่แล้ว”

อาจจะเป็นสิ่งเหลือเชื่อสำหรับสุสุเมะที่เห็นว่าบาจิลกำลังค่อยๆรับข้าวต้มคำน้อยจากช้อนที่อาสึสะกำลังป้อนให้ แต่อย่างน้อยตอนนี้ บาจิลก็ยอมกินข้าวแล้ว แค่นี้ก็เป็นเรื่องน่ายินดีหนักนาจนเธออดน้ำตาไหลไม่ได้ ...แม้ว่าสิ่งที่อาสึสะพูดไปเมื่อครู่นั้นไม่รู้จะเป็นเรื่องจริงไหม แต่ถ้ามันทำให้บาจิลยอมทานอะไรสักนิด มันก็ถือว่าเป็นการโกหกที่ดี

“ท่านบาจิลเก่งมากเลยเจ้าค่ะ มื้อต่อไปก็พยายามเข้านะเจ้าคะ”  สุสุเมะกล่าวอย่างมีความสุขหลังจากที่บาจิลไม่ยอมทานข้าวต่อแล้ว แต่อย่างน้อยก็มีอะไรตกถึงท้องแล้วล่ะนะ

อาสึสะยกสำรับที่เหลือให้สุสุเมะ  “เอาล่ะ เจ้าไปหาอะไรกินเถอะ แล้วก็ฝากนี่ไปเ