#zeraphy

ฮาาา โฟว์จังเคะเจ้าค่ะ ^^
ภาคนี้ไม่ถือว่าเป็นภาคต่อ แค่เป็นตอนพิเศษเฉยๆค่ะ
เพราะภาคต่อที่แท้จริงนั้นกำลังอยู่ในช่วงดำเนินการแต่ง (ฮาาา)
ตอนนี้กำลังพยายามปั่นให้อยู่น๊าาา





#nikozzz 

อาา...ได้เจอกันแล้ว ทีนี้ก็ต้องรอต่อไปว่าจะรู้ความจริงได้ไหม?
เรื่องหน้าเป็นภาคต่อค่ะ แน่นอนว่าเรื่องนี้สึนะทำเรื่องไๆว้กับบาจิลมาก
และมันก็ส่งผลถึงเรื่องหน้าพอสมควรด้วย ^^" แต่ว่า!! ไม่รันทดมากหรอกค่ะ (ฮาาา)




#karnalone

ฮาาา ไม่ใช่ภาคต่อ แต่เป็นตอนพิเศษเฉยๆคร่าา! ^^
สอบเสร็จแล้วก็สบายเลยสินะคะ!
แหะๆ แล้วก็ ...เรื่องนี้ อิลจัง เคะ จริงๆนั่นแหล่ะน๊า
ก็เพราะอยู่กับคุโมรินั่นแหล่ะ (ถ้าอยู่กับฮิคารุคุงถึงจะเสะ แต่เรื่องนี้ท่าทางจะไม่มีบท =w=")
โฟว์รันนั้นท่าทางโดยรวมแล้วเหมือนป่ะป๊าเค้าค่ะ
แต่เรื่องพูดน้อยนี่ไม่เท่าคุณพ่อเท่าไหร่หรอก ก็ได้เชื้อม่ะม๊ามาเหมือนกันนี่นา ^^
คงต้องลุ้นต่ออีกหน่อยว่าอิลจังจะได้รู้ความจริงไหม? แล้วจะเป็นยังไงต่อไป =w="
 
 
 
 
ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ! ><
 
 
 
 
เอิ๊กกก ตอนนี้ติดอีกเพลงมาก (อีกละ) เพลง Tatta Latta ของวาเรียคอนบลู เป็นเพลงที่ฟังแล้วฮาแตกตลอดเพลง ก็ว่าเคียวโกะฮารุร้องไว้น่ารักแล้วนะ พอมาเป็นเวอร์ชั่นวาเรียแล้วไม่ไหวจะกลิ้งจริงๆ (มัวแต่หัวเราะ ฮาาา)

แล้วก็ ...หลงท่านฟรานมากกว่าเดิมอีกอ๊า!!!


ใครที่ยังไม่ได้ฟังก็ จิ้มนะจ๊ะ  >จึ๊ก!<


แอร๊ยยยยยยยยย ><






เอ๊า อ่านฟิคกันต่อ XD 




 
 
 
 
 
 
Au periodFic KHR : 王子様と野生の花
Special : 15 years later ~ Fourun’s side~
By :  -niji-










ฤดูใบไม้ผลิที่มวลพฤกษาพากันชูช่อออกดอกงดงามไปทั่วทั้งแคว้น ...กระนั้นแล้ว สำหรับที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้นั้นก็เปรียบเสมือนว่ามีฤดูใบไม้ผลิอยู่ตลอดทั้งปี คงเพราะป่าเขียวชอุ่มที่รายล้อมอยู่โดยรอบ กระนั้นแล้ว ยามเมื่อถึงฤดูหนาว หิมะสีขาวโพลนก็จะค่อยๆลบเลือนสีเขียวงดงามนี้ให้หายไป


ณ บ้านหลังใหญ่อันเป็นที่อาศัยของครอบครัวแสนอบอุ่น วันนี้หน้าบ้านค่อนข้างเงียบเหงา เพราะสมาชิกในครอบครัวพากันไปรวมอยู่ที่หลังบ้านกันเสียหมด


“ฮึ่บ!”  น้ำเสียงที่แสดงถึงการออกแรงดังมาแว่วๆ ตามด้วยเสียงของจอบอันโตที่เสียบลงบนพื้นดินร่วนซุย

“เย้ เย้~ นี่ๆ ดูนี่สิพี่โฟว์จัง สตรอวเบอร์รี่ที่ท่านโชอิจิแบ่งให้ข้ามาปลูกมันออกลูกแล้วด้วย เริ่มเป็นสีแดงๆแล้วด้วย~ ><”  เด็กชายตัวน้อยเส้นผมยาวสลวยสีเขียวครามคลอเคลียอยู่ที่ไหล่ชี้ๆไปยังต้นผลไม้ที่ตนปลูกอย่างภาคภูมิใจนำเสนอ

“แดง แดงงง~”  น้องสาวตัวเล็กที่นั่งยองๆอยู่ข้างๆจ้องผลสตรอวเบอร์รี่ตาแป๋ว

“พอมันโตเต็มที่แล้วพี่จะแบ่งให้โดเน่กินด้วยนะ ^^ ให้ท่านแม่กับท่านยายเอาไปทำขนมได้ด้วย”

“คาหนม~ ด้ายด้วย ^^”

เด็กหนุ่มผมสั้นสีเขียวคราม นัยน์ตาสีฟ้าใสหยุดมือที่กำลังขุดดินอยู่หันไปมองน้องชายและน้องสาวคนเล็ก  “เอคโค่ ตั้งแต่เมื่อครู่แล้วนะ มือน่ะพรวนดินในส่วนที่ข้าขุดทำแปลงผักไปด้วยสิ อย่าเอาแต่อู้”

น้องชายคนรองบู้ปาก  “โห่~ ก็ข้าไม่อยากทำงานจนมือเริ่มด้านแบบพี่โฟว์จังนี่ขอรับ~”

“โห่~ โห่หห~”  โดเน่ทำปากจู๋ตามพี่ชาย

“อย่ามาทำหน้าตาพิลึกต่อหน้าโดเน่นะ!”  โฟว์รันโวยใส่ เพราะน้องสาวคนเล็กกำลังอยู่ในวัยชอบจดจำ ทั้งยังเริ่มจะจำคำพูดได้เป็นคำๆแล้ว หนุ่มน้อยเลยค่อนข้างประคบประหงมน้องสาวมาก เรียกว่าทั้งรักทั้งหวงเลยก็ว่าได้ ...ปกติแล้วโฟว์รันจะเป็นคนเงียบๆเรียบร้อยเหมือนไม่ใคร่เสวนากับใครเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับน้องสาวแล้วล่ะก็ บุคคลิกจะหลุดโผไปราวกับคนละคนเลยทีเดียว

“พี่นั่นแหล่ะ ชอบทำหน้ายักษ์แบบนั้นเรื่อยเลย ถ้าโดเน่เลียนแบบหน้ายักษ์ของพี่ มันจะไม่แย่กว่าหรือขอรับ?”

“แย่เลย~ แย่เลยยย~ ^^”



“เอคโค่คคคคคคคค !!!”



“อาสึสะ~ พี่โฟว์จังเหมือนยักษ์เลย จะเอาจอบเฉาะข้าอยู่แล้ว ><”

“ตายแล้ว อันตรายนะเจ้าคะคุณหนูน้อย”

เอคโค่วิ่งหลบจอบที่พี่ชายวิ่งไล่กวดอยู่ไปมารอบๆแปลงปลูกผักที่ทั้งจ๊อตโต้ ฟราน อาสึสะ และสุสุเมะกำลังช่วยกันทำแปลงปลูกรอบใหม่อยู่นั้น ...เมื่อเห็นว่าลูกชายคนรองวิ่งไปเกาะหลังอาสึสะ ฟรานก็ละมือที่กำลังร่วนดินอยู่พลางลุกขึ้น   “หยุดเลยทั้งคู่”  เสียงปรามเรียบๆจากบิดาทำให้ทั้ง 2 หยุดชะงักทันที

เนตรสีเขียวครามปรายลงมองลูกชายแสนซนคนรองที่กำโอบิหญิงชราไว้แน่นทั้งยังแลบลิ้นใส่พี่ชายอยู่นั้น   “เอคโค่ ไปตักน้ำมารดแปลงในส่วนที่อาสึสะกับสุสุเมะลงเมล็ดผักไปแล้วซะ”  ดวงหน้างามหันไปมองลูกชายคนโตที่ถือจอบค้างไว้มือ   “โฟว์รันไปทำงานในส่วนของตัวเองต่อ”

“ขอรับ”  เด็กน้อยทั้งสองแยกย้ายกันแต่โดยดีตามคำสั่ง แม้จะแอบมีปากเสียงกันต่อเล็กน้อยก็ตาม

“โดเน่ มาหาตาซิลูก”  ร่างสูงเกศาฟูฟ่องสีทองสว่างเอ่ยเรียกหลานสาวตัวน้อยที่นั่งมองพวกพี่ๆตาแป๋วอยู่ข้างแปลงสตรอวเบอร์รี่ที่เดิม และหนูน้อยคนเล็กก็วิ่งเตาะแตะมาหา อิเอยาสึก้มลงอุ้มหลานสาวขึ้นมาพลางหอมแก้มนิ่มสีเลือดฝาดนั้นฟอดใหญ่   “อย่าไปทะเลาะกับใครเหมือนพี่ๆเขานะ เดี๋ยวจะโดนดุ” 

“โดนดุ~ โดนดุเลย~ ^^”

“เฮ้อ~”  ฟรานถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจกับพวกลูกๆพลางลงมือปลูกต้นอ่อนของต้นสมุนไพรต่อ




นี่ก็ผ่านมาได้ 15 ปี แล้วที่เขามาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่กับคนรัก ...จนตอนนี้เขากับบาจิลก็มีลูกด้วยกัน 3 คนแล้ว คนโตกับคนรองเป็นลูกชายที่ใบหน้าละม้ายเขา ส่วนคนเล็กเป็นลูกสาวที่หน้าตาน่ารักเหมือนแม่ และในบรรดาลูกๆทั้ง 3 คน มีเพียงลูกชายคนโตเท่านั้นที่ยังมีสายเลือดตระกูลสังหารตกทอดมา แม้จะไม่มาก ทว่าตอนคลอดโฟว์รันก็มีผีเสื้อติดออกมาด้วย อีกทั้งตอนที่โกรธจัดๆทั้งสีของเส้นผมกับสีของนัยน์ตาก็จะเปลี่ยนเป็นอีกสีเช่นกัน หากแต่ตอนนี้ลูกชายคนโตก็โตพอดูแล้วจึงควบคุมอารมณ์ได้ดี ทำให้ไม่เผลอเข้าร่างเงาดังเช่นตอนเด็กที่ยังควบคุมมันไม่ได้

ฟรานเอง พอไม่ได้เป็นขุนนางและหมอประจำตำหนักโอริฮิเมะแล้ว พอได้ออกมาสร้างรากฐานที่มั่นคงให้ครอบครัวขึ้นมาได้ก็ยังคงทำหน้าที่หมอเช่นเดิม ที่ข้างๆติดกับเรือนใหญ่นั้นฟรานได้ทำเป็นโรงหมอเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยของพวกชาวบ้านโดยมิได้คิดเงิน อย่างน้อยก็เป็นการชดใช้ในส่วนที่เคยเป็นมือสังหารฆ่าฟันผู้คนมาก่อน และเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพราะอยู่ที่นี่ไม่ได้มีกิจงานต้องทำเป็นประจำเฉกเช่นตอนที่อยู่ในวังหลวง อีกทั้งเงินเก็บที่มีอยู่ก็มีมากพอที่จะใช้ได้ไปจนตายเสียด้วยซ้ำ ก็เพราะว่าหลังจากสร้างบ้านเสร็จแล้ว นอกจากเงินที่ใช้เลี้ยงลูกๆ หรือซื้อของจิปาถะเล็กๆน้อยๆแล้ว นอกเหนือจากนี้ก็แทบไม่ได้เอาออกไปใช้เสียเท่าไหร่




เป็นชีวิตที่เรียบง่ายสงบสุขจริงๆ...



   
“เหนื่อยกันไหมจ๊ะ? ยายเอาไดฟุคุกับชามาให้น่ะ มาพักกันก่อนไหม?”  มุราซากิเอ่ยถามขณะยกถาดขนมหวานมาวางลงบนชาน

“ขนมของท่านยายอร่อยที่สุดเลย ><”  พวกเด็กๆพากันวางมือแล้ววิ่งร่าไปกินขนมกัน

“ชาขอรับท่านฟราน ^^”  เสียงหวานเอ่ยขึ้นข้างๆทำให้ดวงหน้างามที่ก้มจัดการกับแปลงปลูกสมุนไพรอยู่เงยขึ้น บาจิลส่งยิ้มให้ร่างสูงพลางค่อยๆยื่นชาให้ตรงหน้า  “ไม่เป็นอะไรขอรับ มือท่านฟรานเปื้อนน่ะ เดี๋ยวข้าป้อนให้นะ”

“ขอบใจนะ”  เสียงเรียบกล่าวขณะค่อยๆจิบชาที่ภรรยาตัวน้อยบรรจงป้อนให้



แค่เห็นรอยยิ้มน่ารักๆนี่ก็หายเหนื่อยแล้ว ...



เนตรสีเขียวครามสบกับนัยน์ตาสีนภางดงามตรงหน้า ...บาจิลตอนนี้ไม่ได้เปลี่ยนไปจากคราแรกที่เจอกันเลย อาจจะเปลี่ยนก็แค่ส่วนสูงที่เพิ่มขึ้น แล้วก็เป็นภรรยาที่น่ารักมากขึ้นทุกที นอกจากจะทำหน้าที่แม่ของลูกๆที่ดีแล้ว ยังคอยปรนนิบัติอยู่ข้างๆเขาเสมอไม่เคยขาด ...มันอาจจะเป็นเรื่องแปลกสำหรับคู่สามีภรรยาที่อยู่กินกันมา 10 กว่าปี แต่เขากับบาจิลก็ไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้ง นั่นเพราะต่างคนต่างเข้าใจซึ่งกันและกัน อีกทั้งภรรยาตัวน้อยของเขาก็เป็นคนหัวอ่อนว่านอนสอนง่ายอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะบอกกล่าวอะไรๆให้เข้าใจได้ไม่ยาก ...นัยน์ตาสีใบไม้ทอดมองดวงหน้าหวานใกล้ๆก็คลี่ยิ้มบาง ขณะที่ร่างน้อยๆนั้นกำลังค่อยๆใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำเย็นซับเหงื่อตามใบหน้าให้อย่างเบามือ พลางใช้พัดค่อยๆพัดวีให้พอคลายร้อน


“มาพนันกันไหมว่าปลายปีนี้พวกเราจะได้น้องอีกคนหรือเปล่า?”
“มันต้องพนันว่าพวกเราจะได้น้องอีกกี่คนดีกว่าล่ะมั้ง?”
“แหม พวกคุณหนูน้อยนี่ล่ะก็ จุ๊ๆๆ เจ้าค่ะ”


เสียงซุบซิบที่ได้ยินมาแว่วๆทำเอาบาจิลหน้าแดงรื่อ ฟรานละสายตาจากใบหน้าแดงๆของร่างบางไปมองทุกคนที่กำลังนั่งหัวเราะคิกคักกันอยู่บนชานนั้น   “แล้วอยากได้น้องกันอีกไหมล่ะ ?”

คำถามนั้นทำเอาคนตัวเล็กกำมือทุบเบาๆที่ไหล่ร่างสูง   “ล...เลี้ยงโดเน่ให้โตก่อนเถอะขอรับ >///<”

“มีอีกก็ดีขอรับ แต่ท่านแม่จะโกรธเอา”
“น้องเย้อๆ~”

“เห็นไหม โดเน่ยังบอกว่ามีอีกเยอะๆเลย”  ร่างสูงเจ้าของเส้นผมสีเขียวครามกล่าวด้วยรอยยิ้มบาง ยิ่งเห็นบาจิลหน้าแดงไปหมดแล้วก็ยิ่งอยากจะแกล้ง

“ท่านฟรานนี่ล่ะก็  >///<”



ก็ภรรยาตัวน้อยของเขาน่ารักไม่เคยเปลี่ยนขนาดนี้นี่นา




กว่าจะช่วยกันจัดการถอนใหญ่ ขุด พรวนดิน และทำแปลงผักใหม่ กระทั่งปลูกจนเสร็จสรรพก็เกือบจะเย็นแล้ว หลังจากที่ทำงานกันเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน อิเอยาสึกลับไปอาบน้ำและนอนพักที่บ้านหลังเล็กกับมุราซากิ เพราะมุราซากิไม่ยอมย้ายมาอยู่เรือนใหญ่ และยืนยันที่จะอยู่บ้านหลังเดิม ฟรานจึงต่อเติมและซ่อมแซมบ้านหลังนั้นให้กว้างกว่าเดิมและจัดให้สวยน่าอยู่มากกว่าเก่า ทั้งยังทำทางเดินเชื่อมไปยังเรือนหลังใหญ่ เพื่อที่จะได้สะดวกเวลาไปๆมาๆ เพราะเวลารับประทานอาหารทุกมื้อนั้น ทุกคนต้องมาทานด้วยกันที่เรือนหลังใหญ่เท่านั้น ซึ่งนี่เป็นกฎที่สำคัญที่สุดของบ้านหลังนี้ ...อาสึสะเองก็ยังอยู่ที่เรือนเล็กด้านหลัง เพราะตอนนี้ก็ชรามากแล้ว ทุกคนเลยไม่ยอมให้ทำงานหนักมากนัก นอกจากงานเล็กๆน้อยๆ งานครัวทำอาหาร และงานช่วยเลี้ยงคุณหนูน้อยทั้ง 3 คน ...ส่วนสุสุเมะ ตอนนี้ก็แต่งงานกับคนในหมู่บ้านไปแล้ว และย้ายออกไปอยู่กับสามี กระนั้นเธอก็มาช่วยบาจิลทำหน้าที่แม่บ้านของที่นี่ตามเดิม หากแต่มาตอนสายๆและกลับไปในตอนเย็น



“ท่านแม่ ข้าไปก่อนนะขอรับ”  น้ำเสียงนิ่งเรียบท