เอามาต่อก่อนที่จะดองนานไปกว่านี้ TAT

 
 
 
nikozzz

ต้องมีโอกาสได้รู้ซักวันนั่นหล่ะค่ะ
มาตอนนี้ก็เป็นภาคต่อของเรื่องนี้แล้วค่ะ
พอดี ตอนต่อของสเปเชี่ยลยังไม่ได้ปั่นเลย TAT
แล้วดองนานแล้ว ก็เลยเอาภาคต่อมาอ่านก่อนละกันเน๊อะ ^^
ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ XD




KillChan

อือ เป็นอะไรที่ฟังแล้วแบบ ฮาอะ
เบลกับท่านฟรานขรายังไม่ใคร่ฮาเท่าแสนกับหลาม
2 ตัวนี่แบบ ทำซะเพลงน่ารักๆฮากร๊ากกกกกก
ดูคอนนี้แล้วหลงรักท่านฟรานกับบาจิลน้อยขึ้น 2684 เท่า! XD
โฟว์จังไม่ได้นิ่งจนเกินไปแบบพ่อ แต่ก็ไม่ได้หวานน่ารักขนาดนั้นแบบแม่
สรุปว่าหนูเกิดมาแบบพบกันครึ่งทาง (ฮาาา)
ระหว่าง 2 คนนั้นไม่อะไรหรอก ถึงจะคนละพ่อ
แต่สายใยพี่น้องก็มีอยู่บ้างไง อยู่ด้วยกันในท้องแม่ตั้ง 9 เดือนนี่นา
ส่วนอิลจัง ก็....







เรื่องที่จะได้อ่านต่อไปนี้ เป็น ภาคต่อ ของ 王子様と野生の花 นะคะ

 
 
สเปเชี่ยลรุ่นลุกๆไว้จะปั่นมาเซ่นท่านๆในคราหน้า TAT!!
ไม่อยากให้ค้าง+ดองบล๊อกนานไปมากกว่านี้ เลยเอาภาคต่อมาลงก่อน
 
 
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ TAT!





 
 
 
 
 
 
 
 
 
AuFic KHR :  Endless Love  ( ภาคต่อ 王子様と野生の花 )
Pairing :  278426
By :  -niji-




Part : 1
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


ท้องฟ้ามันก็ต้องสีฟ้าใช่ไหม ถึงจะเป็นท้องฟ้าน่ะ?










นัยน์ตาสีเขียวครามยังคงทอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถเก๋งคันหรูซึ่งกำลังแล่นไปเรื่อยๆตามเส้นทาง …ฤดูใบไม้ผลิที่ทำให้เหล่าดอกไม้นานาพันธุ์พากันผลิดอกเบ่งบานงดงามไปทั้งเมือง ทำให้สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นซากุระสีชมพูสะพรั่ง ...เด็กน้อยได้แต่มองเหล่าซากุระที่กำลังผ่านไปทีละต้นๆด้วยนัยน์ตานิ่งงัน

ที่นี่คือประเทศญี่ปุ่นที่เขากับครอบครัวจะต้องย้ายมาปักรกรากอย่างถาวร แม้เมืองที่ย้ายมาอยู่จะไม่ใหญ่โตเท่าอิตาลีที่จากมา ทว่าก็สวยงามไม่น้อย ...ถือว่าไม่เลวร้ายเท่าไหร่ล่ะนะ  ...ร่างเล็กละสายลดสายตาจากต้นซากุระลงมามองสองข้างทางต่อ ทว่าเมื่อพบกับอะไรบางอย่าง จากดวงตาที่ดูเหม่อลอยไร้อารมณ์เมื่อครู่กับเบิกขึ้นน้อยๆ

“เปาโล หยุดรถก่อน!”

เสียงเล็กๆที่เอ่ยอย่างดังพอสมควรทำให้คนขับรถต้องเหยียบเบรกแทบจะทันที ก่อนจะหันกลับไปมองคุณหนูน้อยที่เปิดประตูรถแล้ววิ่งฉิวลงไปแล้ว  “คุณหนู เดี๋ยวก่อนสิครับ!?”

โรงเรียนอนุบาลซึ่งเป็นช่วงพักกลางวัน ทำให้เด็กๆที่ทานมื้อเที่ยงเสร็จแล้วก็พากันมาวิ่งเล่นเต็มลาน เล่นรถเข็นของเด็กบ้าง บ่อทรายบ้าง ชิงช้าบ้าง ไล่จับบ้าง รวมถึงเล่นอะไรหลายๆอย่าง ทำให้ตอนนี้มีเสียงเฮฮาสนุกสนานดังไปทั่วโรงเรียนเลยทีเดียว

“ถ้าโดนแตะตัว จะต้องเป็นยักษ์น๊า!”
“หนีเร็วๆ!”

เสียงของเด็กลุ่มที่เล่นไล่จับกันอยู่ดังขึ้นอย่างสนุกสนานไม่แพ้กัน เด็กน้อยนัยน์ตาสีเขียวครามซึ่งวิ่งลงมาจากรถก้าวขามาหยุดอยู่ ณ โรงเรียนอนุบาลนั้น และจ้องมองไปยังอะไรบางอย่างในระยะสายตา ...และอะไรบางอย่างนั้นก็วิ่งมาชนเด็กน้อยเข้าให้เพราะอีกฝ่ายมัวแต่เหลียวหลังขณะวิ่งเล่นอยู่นั่นเอง

แม้จะไม่เป็นแรงชนที่ทำให้ล้ม แต่ก็ ... 

“อ๊ะ ขอโทษนะ ไม่เจ็บใช่ไหม?”  เสียงใสของเด็กน้อยที่วิ่งมาชนเอ่ยถามอย่างตกใจ ขณะช้อนดวงหน้าหวานขึ้นมองใบหน้าน่ารักๆที่มีดวงตาสีเขียวครามประดับอยู่ของอีกคน

“.....ใช่จริงๆ”  เสียงนุ่มพึมพำ พลางจับมือของคนตัวเล็กตรงหน้าไว้แน่น และยิ่งมองสบกับดวงแก้วกลมโตสีเดียวกับสีของผืนนภาแสนงดงามเบื้องบนซึ่งกำลังมองมาด้วยความสงสัยคู่นั้น ...จากใบหน้านิ่งงันเมื่อครู่ ก็ค่อยๆเผยรอยยิ้มอ่อนๆออกมา เด็กน้อยเจ้าของแพรผมสีเขียวครามดึงร่างเล็กๆตรงหน้าเข้ามากอดไว้แน่น   “เจอแล้ว”  

“???”  คนตัวเล็กกระพริบตาปริบ และอีกฝ่ายก็ยิ่งกอดแน่นกว่าเดิมซะอีก






‘ต่อจากนี้ ไม่ว่าจะต้องเกิดใหม่อีกกี่พันปี ข้าก็จะอยู่ข้างๆเจ้า’






“ในที่สุด Meก็หาจนเจอ ...........บาจิล”










หลังจากนั้น เวลาก็ล่วงเลยมา  13 ปี







//  สำหรับรางวัลชนะเลิศ การประกวด Vienna Classical Music World Award 2011 ประเภทเครื่องสาย ได้แก่ ...ผู้บรรเลงบทเพลง Sarabande from Bach's Cello Suite No.1 in G major  ขอเสียงปรบมือให้แก่ ฟราน ราน่า เวอร์เด้ ตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่นด้วยครับ! // 


เสียงปรบมือดังกึกก้องพร้อมกับร่างบางสูงโปร่งของเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้างาม แพรผมสั้นสีใบไม้ นัยน์ตาสีเดียวกับสีของเส้นผม ซึ่งก้าวขึ้นไปบนเวทีเพื่อรับโล่รางวัล ...ด้วยใบหน้านิ่งเรียบ ...กระนั้นหนุ่มน้อยก็โค้งให้แก่กรรมการและแขกรื่อรวมทั้งผู้แข่งขันคนอื่นๆที่มาร่วมประกวดเวทีใหญ่ประจำปีแห่งนี้

“ฟรานจังครองแช้มป์ 3 ปีซ้อนแล้วนะ ^^”  เสียงใสเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม นัยน์ตากลมโตสีภาคู่นั้นก็ยังคงจ้องมองไปยังจอทีวีเบื้องหน้า ...แผ่นหลังบอบบางเอนซบกับพนักโซฟา พร้อมลมหายใจอบอุ่นที่ถูกถอนออกมาแผ่วเบา   “ไปออสเตรียตั้ง 4 วันแล้วด้วย”



ติ๊งต่องๆ



เสียงออดหน้าบ้านที่ดังขึ้นทำเอาร่างบอบบางที่กำลังใจลอยต้องดีดตัวขึ้นจากโซฟา คิ้วสวยสีกาแฟขมวดมุ่นนิดๆ ...ดึกป่านนี้แล้ว ใครมากันนะ? ...หนุ่มน้อยหันไปมองนาฬิกาแขวนผนัง ...5 ทุ่มแล้วด้วย ...เพราะอยู่บ้านคนเดียว จึงเกิดความระแวงขึ้นมาเล็กน้อย ทว่าสองขาเล็กก็ค่อยๆก้าวไปยังประตูหน้าบ้าน ร่างบางเขย่งปลายเท้าขึ้นเพื่อมองส่องดูตรงช่องประตูแต่ก็ค่อนข้างมืด เพราะปิดไฟหน้าบ้านไปแล้ว คนตัวเล็กตัดสินใจเปิดประตูแง้มๆออกเพื่อดูว่าใครมาเยือนยามวิกาลขนาดนี้ ยังไงก็มีกุญแจคล้องไว้ตั้ง 3 ชั้น ถ้าเป็นโจรคงบุกเข้ามาไม่ได้ง่ายๆ....หรอกมั้ง =w=” ?

“บาจิล”  เสียงนี้ ...  “เปิดให้หน่อยสิ ง่วงจะแย่อยู่แล้ว”

เจ้าของนามรีบปลดล๊อกลูกกุญแจทั้งหมด ก่อนจะเปิดประตูโครมใหญ่ออกรับเจ้าของประโยคเมื่อครู่ทันที แล้วเขา ก็ได้พบกันเด็กหนุ่มคนเดียวกับในทีวีเมื่อครู่ พร้อมรอยยิ้มบาง  “กลับมาแล้วครับ”

“ฟรานจัง!”  สิ้นเสียงใส คนตัวเล็กก็โดดเข้ากอดคอร่างบางสูงตรงหน้าทันที   “ฟรานจัง กลับมาแล้วเหรอ!? ทำไมไม่โทรมาบอกก่อนว่าจะกลับมาวันนี้”

ฟังเสียงสั่นๆคล้ายอยากจะร้องไห้เต็มที่ของคนตัวเล็กแล้วก็ทำให้อารมณ์อ่อนเพลียเพราะนั่งเครื่องบินมานานคลายลง วงแขนบางยกขึ้นโอบเอวบางไว้ ขณะซบดวงหน้างามเข้ายังซอกคออุ่นๆนั้น   “อา...ก็รู้ว่าใครบางคนคงรอและงอแงอยู่ที่ญี่ปุ่นจะแย่อยู่แล้ว พอรับรางวัลเสร็จ ก็รีบขึ้นเครื่องกลับมาเลย น้ำก็ยังไม่ได้อาบ ข้าวก็ยังไม่ได้กิน”

บาจิลค่อยๆคลายวงแขนที่ใช้โอบรอบคออีกคนออก แต่ก็ยังกอดเอาไว้แบบนั้น คนตัวเล็กย่นจมูกนิดๆ    “ไม่ได้งอแงซักหน่อย”

ร่างสูงเจ้าของนัยน์ตาสีเขียวครามอมยิ้มน้อยๆพลางเกลี่ยปลายนิ้วยังผิวแก้มนวลผะแผ่ว   “ดูถ่ายทอดเทปบันทึกภาพแล้วใช้ไหม?” 

“อือ^^ เชลโล่ของฟรานจังเพราะที่สุดเลย แล้วก็ ชุดที่ใส่ก็เหมือนเจ้าชายเลย”  เสียงใสบอกด้วยรอยยิ้ม

“เจ้าชาย ?”  คิ้วสีใบไม้เลิกขึ้นนิดๆ ก่อนจะจูงมือให้อีกคนเดินกลับเข้ามาในบ้านพร้อมปิดประตูลง ฟรานเปิดกระเป๋าเดินทางออก แล้วค้นๆเอาเสื้อผ้าออกมา ก่อนจะถอดเสื้อโค้ทที่ใส่อยู่โยนลงบนพื้น

“ฟรานจัง ทำอะไร ?”  บาจิลถามขณะมองดูร่างสูงเส้นผมสีเขียวครามที่กำลังสวมชุดซึ่งคล้ายๆกับชุดของเจ้าชายในนิทานเข้าจนเรียบร้อย ...เป็นชุดที่ใส่ตอนแข่งดนตรีคลาสสิคที่ออกรายการทีวีเมื่อกี้

ฟรานขยับๆคอเสื้อ ก่อนจะหันกลับมาหาคนตัวเล็กที่ยืนมองตาแทบจะไม่กระพริบอยู่ข้างหลัง ...สองเท้าก้าวเข้าไปหา และหยุดอยู่ตรงหน้าร่างบอบบางนั้น  “ถ้าตอนนี้ Meเป็นเจ้าชาย บาจิลก็เป็นซินเดอเรล่าสินะ ?”  เสียงเรียบกล่าว แล้วก็ยิ่งเห็นริ้วแดงๆบนแก้มใสนั้นมากกว่าเก่า ...ดวงหน้างามก้มลงไปชิดกับใบหน้าหวานของอีกคน เนตรสีเขียวครามหรี่ลงจดจ้องกับนัยน์ตากลมโตสีนภาคู่งามนั้น




“เป็นเจ้าหญิง ...ของMe”




กลีบปากนุ่มประกบกันแผ่วเบาทิ้งลมหายใจอบอุ่นลงบนผิวหน้า วงแขนบางช้อนอุ้มร่างน้อยๆขึ้นก่อนจะหันหลังก้าวขึ้นบันไดไปช้าๆ





มีเพียงเพื่อนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ความลับนี้ ความลับที่ว่า ฟรานกับบาจิลคบหากันมานาน ... ฟราน ผู้เป็นหนุ่มน้อยไอดอลที่ดังไม่น้อยในญี่ปุ่น เป็นทั้งนายแบบ เล่นหนัง เล่นละคร ไหนจะเป็นนักดนตรีที่มีดีกรีเป็นแช้มป์โลกระดับอายุไม่เกิน 20 ปี 3 สมัยซ้อน อีกทั้งด้วยความที่เป็นคนหน้าตาดีมากแล้ว ทำให้ไม่มีสาวๆคนไหนที่จะไม่รู้จักฟรานเลย แม้จะเป็นไอดอลที่ทุกคนฝันใฝ่ แต่ไอดอลหนุ่มน้อยก็มีคนรักเป็นตัวเป็นตนแล้วซึ่งก็คือ บาจิล ทั้ง 2 คนคบกันมานานตั้งแต่ฟรานยังไม่เข้าวงการเสียด้วยซ้ำ ...อันที่จริง ฟรานนั้นอยากจะรักกันแบบเปิดเผยเพราะไม่ได้แคร์ชื่อเสียงอยู่แล้ว แต่บาจิลก็อยากให้คบกันเงียบๆแบบนี้มากกว่าเพราะไม่อยากให้กระทบกับงานของอีกฝ่าย ฟรานจึงยอมตามใจให้


อยู่แบบนี้ แม้จะอึดอัดไปบ้าง แต่ก็สุขใจล่ะนะ




“อือ...อ...อ๊ะ ....ฟ....ฟรานจัง”  เสียงใสสั่นเครือเอ่ยเรียกชื่อเด็กหนุ่มซึ่งกำลังทาบทามอยู่บนร่างของตน ขณะที่ร่างน้อยๆกำลังเคลื่อนไปบนเตียงนุ่มเป็นจังหวะๆ ...ไม่เร่งเร้า ทว่าลึกล้ำ เสียจนรู้สึกถึงความรักแสนละมุนละไม โหยหา ที่อีกฝ่ายกำลังบรรจงมอบให้ ...ปลายนิ้วน้อยจิกขยุ้มลงบนเนื้อผ้าซึ่งเป็นอาภรณ์ของร่างสูงเบาๆ   “อึ๊ก! ...อือ...อ...อื้อ”

“หือ ?”  เสียงเรียบทว่าก็ปนเสียงหอบน้อยๆขานรับเสียงเรียกนั้น

คนตัวเล็กพยายามกัดริมฝีปาก พลางปรือนัยน์ตาสีหวานฉ่ำขึ้นสบกับเนตรสีเขียวครามคู่งามเบื้องบน ...มือน้อยปล่อยจากแผ่นหลังบาง เลื่อนมาประคองใบหน้างาม โน้มลงมามอบจูบหวานให้ ...ถึงจะแค่ 4 วัน แต่ก็  “...คิดถึงจัง” 

ฟังเสียงอ้อนๆที่ดังแผ่วมาจากกลีบปากนุ่มซึ่งกำลังเม้มกระเซ้าตอบรับริมฝีปากนี้อยู่ก็ทำให้เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มบาง ฟรานยกสะโพกน้อยของคนใต้อาณัติขึ้นอีกนิด แล้วยิ่งล่วงเข้าไปสัมผัสจุดอ่อนไหวภายในแสนอบอุ่นนั้นให้มากขึ้น มากขึ้นอีก



“ถ้าคิดถึงมาก ก็ต้องกอดMeให้แน่นๆ ...อย่าปล่อยนะ”








.








กว่าจะมีแรงตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบเที่ยงวันของวันถัดมาแล้ว


คนตัวเล็กพลิกตัวไปมาบนเตียงนุ่มอุ่นอยู่ซักพักก่อนจะค่อยๆปรือดวงตากลมโตสีฟ้าใสขึ้นช้าๆ ...หอมจัง ?...บาจิลค่อยๆลุกจากเตียงแล้วก้มลงหยิบชุดนอนที่กองอยู่บนพื้นข้างล่างเตียงขึ้นมาสวม ก่อนจะเดินลงไปชั้นล่างของบ้าน

“อือ~ ฮอตเค้กหอมจังเลย ><”  

เสียงใสเอ่ย ทำเอาคนที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำอาหารอยู่หน้าเตาแก๊สต้องละสายตาจากของในกระทะแล้วหันไปมองคนตื่นสายที่เดินตัวเบาหวิวเข้ามาในห้องครัว ...เนตรสีเขียวครามซึ่งมักจะปรากฏแต่ความนิ่งเฉยจนแลดูราวกับว่าเย็นชาคู่นั้นทอดมองผมสีทรายที่ค่อนข้างยุ่งเหยิง ทั้งแก้มใสก็ยังมีรอยหมอนอยู่เลยก็คลี่ยิ้มบาง   “สวัสดีตอนเที่ยง”

“เที่ยงแล้วเหรอ!? O[]o”  คนตัวเล็กชะงัก

“ก็นะ ...ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น ดีนะที่วันนี้เป็นวันอาทิตย์”  เจ้าของเสียงเรียบกล่าว ก่อนจะเทแป้งในกระทะ  “ไปอาบน้ำก่อนสิ แล้วค่อยมากินด้วยกัน”

“อือ”  บาจิลรีบสาวเท้าออกมาจากห้องครัวทันที




ถึงจะบอกว่าปลุกไม่ยอมตื่นก็เถอะ แต่คนที่ผิดน่ะฟรานจังต่างหาก! ก็กอดกันซะเกือบเช้านี่นา ใครจะไปลุกไหว =///=




บาจิลใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนักก็รีบแต่งตัวลงมายังห้องครัวที่เดิมเพื่อทานมื้อเที่ยงกับคนรัก มื้อเที่ยงนี้มีพาสต้า นมปั่นอร่อยๆ กับฮอตเค้กหอมๆ คนตัวเล็กกินไปหน้าบานไป เพราะอาหารที่ฟรานทำอร่อยมากจริงๆ  “อร่อยมากเลย คิดถึงอาหารของฟรานจังจะแย่~”

ร่างสูงมองดูบาจิลที่กำลังตั้งอกตั้งใจกินพาสต้าก็อมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะดึงทิชชู่ยื่นไปเช็ดขอบปากที่เลอะซอสให้เบาๆ   “ก็คิดไว้ไม่ผิดหรอกนะ เมื่อเช้าเอาขยะไปทิ้งให้ ในถุงมีแต่บะหมี่ถ้วยเต็มเลย”

คนตัวเล็กทำหน้างอ   “ก็ฉันทำกับข้าวไม่เก่งนี่นา”

มือบางใช้ส้อมม้วนๆเส้นพาสต้าในจานขึ้นมาอย่างพอดีคำพลางยื่นไปป้อนให้ร่างเล็กนัยน์ตากลมโตสีฟ้าข้างกาย    “ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆ”

พอมองรอยยิ้มบางๆทั้งนัยน์ตาสีเขียวครามแสนอ่อนโยนนั่นแล้วก็อดร้อนผะผ่าวที่ผิวแก้มไม่ได้จริงๆ ...ก็เพราะไม่มีใครอื่นได้เห็นรอยยิ้มหวานๆกับแววตาอบอุ่นแบบนี้ของคนๆนี้นอกจากเขาคนเดียวเท่านั้น ...ถึงฟรานจะเป็นไอดอลชื่อดัง แต่ก็ได้รับสมญานามว่า ‘เจ้าชายเย็นชา’ เพราะว่าฟรานมักจะมีใบหน้านิ่งๆเฉยๆราวกับว่าไม่ยินดียินร้ายในเรื่องอะไรเลย ...แต่ก็ ยกเว้นกับบาจิลเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้เห็นรอยยิ้มอบอุ่นแสนมีค่านี้



ที่จริงแล้วบ้านของฟรานค่อนข้างมีฐานะ เป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เด่นไม่น้อยในหมู่บ้านแถบนี้ แต่ตั้งแต่ขึ้นมัธยมต้น คุณพ่อของบาจิลที่ทำงานเป็นเอกอัครราชทูตต้องย้ายไปประจำการที่อิตาลี รวมทั้งคุณแม่ก็ตามไปด้วย บาจิลนั้นไม่ได้ตามพ่อแม่ไปจึงต้องอยู่ที่ญี่ปุ่นคนเดียว ฟรานซึ่งเป็นคนสนิทที่สุดจึงแวะเวียนมาอยู่ดูแลให้เสมอ หรือแทบจะเรียกว่าย้ายมาอยู่ด้วยแล้วก็ได้ เพราะนานๆจะกลับไปที่บ้านตัวเองสักครั้ง ซึ่งทางบ้านของฟรานเองก็ไม่ได้กล่าวตำหนิอะไร ทั้งยังส่งพ่อบ้านไม่ก็เมดมาคอยดูแลให้บ่อยๆ แม่ของฟรานเองก็เอ็นดูบาจิลมากๆ เธอเคยชวนบาจิลให้ไปอยู่ด้วยกันที่บ้านเพื่อความปลอดภัย ทว่าบาจิลก็ปฏิเสธเพราะเกรงใจ


แล้วก็ ...อยู่แบบนี้ดีว่าเป็นไหนๆ

ก็ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง 2 คนนี่นา




 “โปสเตอร์พวกนี้ เอาออกได้รึเปล่า?”  เสียงเรียบเอ่ยถามขณะปรายนัยน์ตาสีใบไม้คู่งามมองไปยังโปสเตอร์แผ่นใหญ่ที่แปะอยู่ตรงผนังใกล้ๆนาฬิกาแขวน ...เป็นโปสเตอร์รูปเขาตอนที่ถ่ายแบบนั่นแหล่ะ ...ที่ห้องนอนของบาจิลก็มีแปะไว้เต็มเลย ถึงจะเป็นแฟนกันก็เถอะ แต่แบบนี้มันก็เขินเหมือนกันนะ (แม้จะไม่แสดงออกทางสีหน้า)  

“ทำไมล่ะ ?”  บาจิลถาม    “ฟรานจังไม่รู้หรอก นี่น่ะเป็น Limited เชียวนะ ฉันต้องไปเข้าแถวแต่เช้ามืดเพื่อรอโปสเตอร์อันนี้เลยนะ”

“นายนี่น๊า”  ฟรานฟังแล้วก็ยกมือขึ้นขยี้ผมสีเขียวของตัวเองเบาๆ    “ก็มีตัวจริงอยู่นี่แล้ว จะไปสนใจโปสเตอร์พวกนี้ทำไมล่ะ หือ?”

“จริงด้วย!”  บาจิลทำตาโต

“ใช่มะ?”  ฟรานกอดอกพยักหน้าเบาๆ

“อือ ท่านี้แหล่ะ ฟรานจังอย่าขยับนะ!”  คนตัวเล็กยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปคนตรงหน้า ก่อนจะมองดูรูปที่ถ่ายด้วยรอยยิ้ม   “ได้แล้ว ><”

คิ้วสีเขียวของหนุ่มน้อยอีกคนกระตุกเบาๆขณะมองดูคนตัวเล็กที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับรูปในมือถือที่ถ่ายไปเมื่อครู่ สองขายาวก้าวเข้าไปหา วงแขนบางโอบกอดร่างบอบบางจากด้านหลังพลางซบปลายคางลงยังไหล่มนน้อยนั้น  “Meไม่ให้ถ่ายฟรีหรอกนะ น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอว่าค่าตัวMeแพงขนาดไหน”

“อ้าว?”  ดวงหน้าหวานงอนิดๆ

ฟรานหัวเราะในลำคอเบาๆก่อนจะเคลื่อนใบหน้าขึ้นไปกระซิบเบาๆที่ข้างใบหูเล็กให้คนในอ้อมแขนรู้สึกจั๊กกะจี้   “คิดค่าถ่าย 1 รูปต่อจูบ 1 ที”   

ฟังค่าตัวสุดแพงนั่นแล้ว บาจิลก็ได้แต่อมยิ้มเสียจนแก้มใสขึ้นสีแดงระรื่อ ดวงหน้าหวานหันกลับไปหา และมอบจุมพิตเบาๆยังแก้มของร่างสูงที่ยังกอดตนเอาไว้ ...ริมฝีปากสีอ่อนระรื่อซึ่งผละออกไปแล้ว ถูกรั้งให้กลับมาแนบประทับกันและกันอีกครั้ง ซ้ำๆ ซ้ำๆ






ถึงแม้ว่านายจะจำเรื่องราวที่ผ่านมาของเราสองคนไม่ได้
แต่ฉันก็จะทำตามสัญญาที่เคยมอบให้ไว้

ว่าจะรักและจะอยู่ข้างๆตลอดไป ไม่ว่าจะต้องเกิดใหม่อีกกี่ร้อยกี่พันครั้ง






กระดาษแผ่นเล็กๆซึ่งเขียนแผนที่ไว้ถูกจดจ้องอยู่นานพอสมควร ก่อนที่ดวงเนตรสีน้ำตาลคู่คมจะละขึ้นมองไปยังถนนและผู้คนมากมายเบื้องหน้า ท้องนภาแสนกว้างที่เคยเห็นจนเจนตา บัดนี้มันถูกตึกรามมากมายบดบังเสียจนดูราวกับว่าท้องฟ้ามันแคบลงยังไงยังงั้น มือใหญ่กระชับกระเป๋าใบโตของตนขึ้น ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในกระแสคนที่หลั่งไหลไม่ขาดสาย ณ เมืองหลวงแห่งนี้

“เย็นนี้อยากกินสตูว์เนื้อล่ะ” 
“อยากกินอะไรก็หยิบใส่มาเลย”

เสียงสนทนาดังมาแว่วๆ ขณะช่วยกันเลือกของทำมื้อเย็นในซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆแห่งหนึ่ง ...ฟรานที่ต้องใส่ทั้งแว่นและหมวกเพื่ออำพรางตัวจากบรรดาแฟนคลับคอยเข็นรถเข็นให้ข้างๆคนตัวเล็กที่กำลังตั้งอกตั้งใจเลือกวัตถุดิบทำอาหาร ขนม นม และของจุกจิกอื่นๆ กว่าจะได้ของครบก็ใช้เวลาพอสมควร 

ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ทำให้พวกแม่บ้านต่างก็ออกมาเดินจับจ่ายกันเต็มไปหมด ...ฟรานกับบาจิลแบ่งกันหิ้วถุงและจูงมือกันเดินกลับบ้านเพื่อไปเตรียมมื้อเย็นทานด้วยกัน และจะฉลองให้แก่รางวัลชนะเลิศซึ่งหนุ่มน้อยเส้นผมสีใบไม้ได้มาจกการประกวดเมื่อวันก่อนด้วย ...มือบางสอดประสานปลายนิ้วเกาะเกี่ยวกันและกันไว้แน่น ทั้ง 2 ค่อยๆก้าวไปตามทางด้วยกันท่ามกลางฝูงคน

ทว่า จู่ๆก็มีแรงฉุดเข้าที่แขนอีกข้าง ทำให้ดวงหน้าหวานต้องหันกลับไปมองด้านหลังอย่างตกใจ

แฮ่ก...แฮ่ก.......เธอ”  เสียงทุ้มปนเสียงหอบราวกับคนที่วิ่งมารธอนมาจนเหนื่อยจัดกล่าวขึ้น ก่อนที่เจ้าของมือที่ฉุดรั้งแขนบางไว้จะยืดตัวตรง สบตากับร่างบอบบางที่กำลังมีสีหน้างุนงงตกใจอยู่นั้น ...มือใหญ่ยิ่งกระชับแขนน้อยๆไว้แน่น




“เคยเจอกัน....ที่ไหนมาก่อน หรือเปล่า ?”





 
 
 
 
 
 
 
 
TBC..
 
 
เอิ๊กกกก รู้สึกว่าตัวเองเลวไปนิดส์ ><
 
อ่ะ แล้วก็ เผื่อมีคนอยากฟังเพลงที่ท่านฟรานขราใช้ในการแข่ง ก็จิ้มนี่เลย เจ้าค่ะ XD

 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

มันหวานค่ะ ตอนนี้มันหวานนนนนน
ตอนแรกนึกว่าจะเป็นออกแนวย้อนยุคเหมือนเรื่องเก่า แฮะๆ

นึกภาพฟรานในชุดนั้นแล้ว เฮียแกยังกะเจ้าชายจริงๆ ชวนกรี๊ดมากมายเลย เสียก็แต่ใบหน้านั่นแหละ เรียบได้อีกยังกะเอาเตารีดมารีดทับ

เห็นด้วยกับฟรานที่ว่าน่าจะคบกันแบบเปิดเผยไปเลย ไม่ต้องแอบๆ ซ่อนๆ ให้คนอื่นเค้าได้เห็นว่าฟรานน่ะมีเจ้าของแล้ว แถมเจ้าของยังน่ารักซะขนาดนั้น

แสดงว่าฟรานระลึกชาติได้งั้นสินะ? ชอบมากเลยค่ะตรงที่ไม่ว่าจะเกิดใหม่กี่ครั้งก็จะรักและอยู่ข้างๆ ตลอดไป ประโยคตรงนั้นทำเอาอยากจะกรี๊ดเลย ฟรานไม่ลืมบาจิลเลย แม้ว่าบาจิลจะจำฟรานไม่ได้ก็เหอะ

ตอนแรกสุดนั่นพลังโชตะกระจายเลยเจ้าค่ะ

แถมสองคนนี้นี่ทางสะดวกมาก พ่อแม่ไฟเขียว+รู้เห็นเป็นใจซะด้วย ก็พอเข้าใจนะว่าถ้าไปอยู่กับพ่อแม่ล่ะก็คงจะ"ทำอะไร"ได้ไม่เต็มที่นัก //โดนฟรานถีบ ยังคู่แต่งงานเลย (จะบอกว่าข้าวใหม่ปลามันไม่ได้อยู่กันมาตั้งนานแล้วนี่นะ)

สึนะ..โผล่มาแล้วฉุดแขนอิหนูแบบนั้นระวังคนข้างตัวเขาจะโดดถีบเอานะ ระวังไว้ๆ

ชอบฟิคแนวนี้ค่ะ แบบที่มีการจำอดีตชาติตัวเองได้แบบนี้นี่โคตรชอบเลย แต่ไม่ค่อยมีให้เสพย์จริงๆ

รอติดตามต่อไปจ้า

#3 By karnalone on 2011-03-14 23:55

เจ้ากบจำอดีตของตัวเองได้ด้วยเหรอเนี่ย แต่ทำไมโลมาน้อยถึงจำไม่ได้ล่ะเนี่ย ฟรานหื่นจังจับกดบาจิลถึงเช้าเลย
สึนะโยชิเอ๋๊ยนายคงไม่ได้กินโลมาน้อยง่ายๆหรอก

#2 By nikozzz (49.230.202.231) on 2011-03-08 20:28

โอ้ววววววว =[]=!! เกิดใหม่ !!

*มองตรงกอดกันถึงเช้า* =///=b สุโค่ย


ตอนสุดท้ายสึนะโยชิโผล่ออกมาแล้ว !


แล้วภาคนี้ใครจะเป็นพระเอกล่ะคะเนี่ยย ?


ติดตามต่อไปค่ะ 55555 :)

#1 By zeraphy.☺' on 2011-03-08 18:09