AuFic KHR 278426 : Endless Love :4:

posted on 11 Apr 2011 18:01 by me-no-wonderland in Fanfiction
ดองนานพอดู มาต่อซักกะที T[]T!




zeraphy.☺'
ใจเย็นๆเจ้าค่าาา กระทืบหน้าจอแล้วจะเอาที่ไหนมาอ่านตอนต่อไป (ฮาา)
มางวดนี้ บอสขราเค้าอัพสกิล ม่อตัวพ่อ จริงๆ อิอิ
อยู่ที่อิหนูแหล่ะ จะใจอ่อนวันไหน? (ฮาาา)
อยากกินเหมือนกันเน้อออ แอร๊ยยยยย
อยากเป็นศรีภรรยาของท่านฟรานขรา~ (//โดนครีบโลมาดีดหน้า)




nikozzz
ไม่แน่เจ้าค่ะ ของแบบนี้มันอยู่ที่ความพยายามและไหวพริบ(?)
สึนะเขาอยากรักเธอคนเดียวแบบไม่เผื่อแผ่เธอให้ใครไง
แน่นอนว่ามันไม่ได้ตรงข้ามกับบาจิลเท่าไหร่
เพียงแต่บาจิลคิดถึงใจอีกฝ่ายค่อนข้างมาก ซึ่งสึนะไม่ =w="




✖Fr@me✖
ฮาา บอสขราบอกว่าไม่ไหวแล้ว เรื่องก่อนก็โดนแย่ง
เรื่องนี้ก้โดนอีก บอสขราไม่ไหวแล้วววววววววว!!!
สงสารบอสมั่งอะไรมั่ง (เอิ๊กกกก) แต่เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่อิหนูแหล่ะเน๊อะ




Jamie
ฮาาา สงสารบอสขรามันจริงๆ โดนเกลียดชังตั้งแต่ชาติก่อนแล้ว
มาชาตินี้ขอกำลังใจจากแม่ยกซักคนคงจะดีนะจ๊ะ
เรื่องนี้ บาจิลน้อยจะเลือกใครนี่ก็น่าลุ้นน๊าาาาาา
เข้าใจค่ะ ...เพราะเราก็ลำเอียงท่านฟรานขรามานานแล้ว!! >w< (ฮาาา)





kuropong
ฮาาา เป็นได้นะเนี่ย ล่อลวงเก่งขนาดนี้(???)
สึนะกะรุกหนูเธอเต็มที่เพื่อชิงใจเธอกลับมาจากพ่อกบเลยนะเนี่ย
บาจิลจะยอมปันใจให้ไหมหนอออ????






ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ล่วงหน้านะคะ ><

มาอ่านต่อเลยเน้ออออ






 
ก่อนอื่น โปรดงดทานของหวานไปอ่านไป เพราะตอนนี้ค่อนข้างหวาน(ฮาา)แอบโรแมนซ์นิดๆ
ไม่เช่นนั้นน้ำตาลในเส้นเลือดท่านจะพุ่งปรี๊ดได้ (แอร๊ยยยยยย)
 
 
ปล. หาไบก้อนมาไว้ใกล้ๆตัวก็ดีนะจ๊ะ

 
ปล. อีกเรื่อง ขอความกรุณาให้แฟนฟิคกดไปอ่านหน้านี้ของเราด้วยค่ะ

 
เรืื่่องด่วนเรื่องใหญ่!! >CLICK<
 
 
 
 
 
 
 
 
 
AuFic KHR :  Endless Love 
Pairing :  278426
By :  -niji-


Part : 4

 
 
 
 
 
 
 
 
 
ถ้าโลกจะแตก มันคงแตกตอนนี้แหล่ะ!
 
 
 
 
 
 
คนๆนั้นเขาบ้าแหงๆเลย บ้าไปแล้วแน่ๆ! พูดอะไรน่าอายขนาดนั้นต่อหน้าทุกคนในห้องไปได้ยังไงกัน!?
 
 
แม้บรรยากาศการเรียนการสอนที่กำลังดำเนินอยู่จะเงียบสงบ มีเพียงเสียงบอกกล่าวความรู้จากคุณครู มีเพียงเสียงของชอล์กสีขาวสะอาดซึ่งขีดเขียนไปมาอยู่บนกระดานดำ และเสียงปากกาของเหล่านักเรียนที่กำลังคร่ำเคร่งกับบทเรียนอยู่ดังผสมปนไป แน่นอนว่าคนตัวเล็กเองก็ ‘กำลังพยายาม’ ตั้งอกตั้งใจเรียนให้ได้เหมือนอย่างทุกที  ...แม้คำพูดอุกอาจเมื่อเช้าของเจ้าคนที่นั่งอยู่ข้างๆจะตามหลอกหลอนอยู่เนืองๆก็ตาม


 
คุณครูโหดร้ายมาก!
ทำไมต้องให้คนๆนี้มานั่งกับผมด้วยครับ !!

 
 
นัยน์ตาคู่งามสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองใบหน้าน่ารักๆด้านข้างของคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตาเขียนบทเรียนยุกยิกๆ ปลายนิ้วยาวไล้เบาๆยังปลายผมสีกาแฟอ่อนนุ่มซึ่งระอยู่บนไหล่มน ก่อนจะค่อยๆม้วนผมอีกคนเล่นด้วยรอยยิ้ม ...ยิ่งเห็นว่าบาจิลห่อไหล่เกร็งไปหมดแล้ว ก็ยิ่งน่าแกล้งเสียจริงๆ  

“ก...กรุณาปล่อยมือด้วยครับ”  เสียงใสบอกเบาๆโดยไม่หันไปมอง สึนะคลี่ยิ้มที่มุมปาก เอียงคอมองแก้มใสแดงๆนั่น แล้วก็ยังใช้ปลายนิ้วม้วนผมอีกคนเล่นอยู่เรื่อยๆ ...บาจิลหลับตาลงเพื่อสงบใจ ก่อนจะกันตัดสินใจหันไปมองหน้าคนที่นั่งโต๊ะติดกันนั้น    “คุณซาวาดะ ผมบอกว่าให้คุณปล่อยมือไงครับ”

ปลายนิ้วซึ่งใช้ม้วนผมสีอ่อนเล่นเมื่อครู่จิ้มยังเนื้อแก้มเนียนทันทีที่ดวงหน้าหวานนั้นหันมาทางตน ทำเอาบาจิลตกใจไม่น้อย ร่างสูงยังคงส่งยิ้มที่แลดูแล้วเจ้าเล่ห์ให้คนตัวเล็ก  “สึนะ”

“เรียกฉันว่า สึนะ”

บาจิลปัดนิ้วของสึนะที่จิ้มค้างอยู่ยังแก้มของตนออกพลางมุ่นคิ้ว   “ครับ คุณสึนะ ถ้าจะกรุณา ช่วยอย่ารบกวนการเรียนของผมจะได้ไหมครับ ?”

สึนะฟังแล้วเอียงคอนิดๆ   “ฉันอยากให้เรียกว่า สึนะคุง มากกว่า คุณสึนะ นี่นา”

“เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นครับ แล้วผมก็ไม่อยากสนิทกับคุณด้วย”  บาจิลสะบัดหน้าหนี

“งั้น เรียกว่า ซือคุง ก็ได้นะ แม่ฉันก็เรียกแบบนี้”

“อย่ามาชวนคุยจะได้ไหมครับ!”  บาจิลเอ็ดขึ้น

คิ้วสีน้ำตาลเลิกขึ้นนิดๆ ใบหน้าคมแสร้งทำตกใจ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ  “ก็ได้ๆ เรียกว่าคุณสึนะก็ได้”

“ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นซักหน่อย!” 

เสียงสนทนาของคน 2 คนที่ดังขึ้นตั้งแต่เมื่อครู่แล้วทำให้เพื่อนร่วมห้องต้องหันไปมอง รวมทั้งคุณครูคนเดิมที่ต้องขมวดคิ้วมองจุดเรียกร้องความสนใจนั้น   “ซาวาดะคุง 2 ทั้งสองคน นี่มันในชั่วโมงเรียนนะจ๊ะ ถ้าอยากสนิทกันให้มากขึ้นจริงๆ ครูว่าเอาไว้พักเที่ยงก่อนดีกว่าไหมจ๊ะ?”

เห็นสีหน้ายิ้มแย้ม แต่คิ้วกระตุกๆของคุณครูแล้ว บาจิลก็จำต้องสงบเสงี่ยมลงตามเดิม  “ขอโทษครับ”  ว่าพลางเหลือบนัยน์ตากลมโตสีฟ้าน่ารักมองร่างสูงที่กำลังทำหน้าไม่ทุกข์ร้อนแถมยิ้มขำๆอยู่ข้างๆอย่างเคืองๆ

 
 
คนๆนี้ ...แย่ที่สุดเลย !

 
 
ตลอดคาบเรียนช่วงเช้าที่บาจิลพยายามไม่คุยไม่สนใจคนตัวสูง ไม่ว่าจะงานกลุ่มงานเดี่ยว หรือกระทั่งการที่ต้องแบ่งหนังสือเรียนให้อีกคนดูด้วยกัน ทว่าพอเปลี่ยนคาบที่ต้องใช้ห้องอื่น หรือแม้กระทั่งบาจิลจะเข้าห้องน้ำ สึนะก็เดินตามหลังคนตัวเล็กต้อยๆ แถมยังโปรยเสน่ห์ไปทั่วจนเวลาเพียงแค่ครึ่งวัน ข่าวนักเรียนใหม่สุดเท่ห์ก็ดังไปทั่วโรงเรียนแล้ว สาวๆทุกคนต่างก็อยากเห็นหน้าค่าตาของชายหนุ่มผู้เป็นข่าว ...พอพักเที่ยงปุ๊บ ห้องเรียนของบาจิลจึงเต็มไปด้วยบรรดาสาวๆทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องเข้ามารุมล้อมเต็มไปหมด

 
 
ไม่เข้าใจว่าคนๆนี้มีดีตรงไหน
ถึงจะหมั่นไส้ แต่ก็ทำให้หนีรอดออกมาได้ล่ะนะ ...

 
 
เพราะนัดกันไว้กับฟรานแล้วว่าพักเที่ยงจะไปเจอกัน ณ ที่เดิมที่ประจำ บาจิลที่หนีรอดจากการตามติดของสึนะออกมาได้ก็เดินอารมณ์ดีไปยังที่นัดหมาย กระนั้น แม้อุปสรรคใหญ่จะหมดไป อุปสรรครองก็ตามมา ...ถึงจะไม่หนักหนาก็เถอะนะ

“บา~ จิล~ คุง~”  เสียงหวานเอ่ยเรียกนามของหนุ่มน้อยตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ พร้อมกับเจ้าตัวที่ปรากฏกายออกมายืนขวาง ...เป็นเพื่อนผู้หญิงร่วมห้องและต่างห้องที่คุ้นหน้าคุ้นตาดี พวกเธอหรี่เข้ามาหิ้วแขนของเด็กหนุ่มตัวเล็กพอๆกันขึ้นคนละข้าง ก่อนจะลาก(ลักพา?)เข้าไปยังมุมทางเดิน

“ค...คุณบลูเบลล์ คุณ MM ม...มีอะไรหรือเปล่าครับ ?”   ถึงจะรู้จักกันมานานและรู้ว่าพวกเธอไม่มีเจตนาร้ายที่หิ้วเขามาที่นี่ก็เถอะ แต่ก็อดกังวลไม่ได้ ...ก็เธอๆเป็นระดับประธานแฟนคลับของฟรานทั้งนั้นเลย

สาวน้อยผมยาวสีฟ้าหันไปสบตากับสาวร่างสูงผมบ๊อบสั้นด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ทั้ง 2 จะส่งยิ้มให้กันและหันกลับมามองหน้าหวาดๆของบาจิลซึ่งยืนอยู่กลางวงล้อมของแฟนคลับนับสิบฟรานอีกรอบ บลูเบลยื่นเป้ใบเล็กให้ และคนตัวเล็กก็รับไว้แบบงงๆ

“เรามีเรื่องจะขอร้องบาจิลคุง ในฐานะที่เป็นเพื่อนสนิทของท่านฟราน”  บลูเบลว่า

“ในเป้นั่นมีมือถือของพวกเราประมาณ 30 เครื่อง”  MMบอก  “เรื่องที่จะไว้วานบาจิลคุงก็คือ พวกเราอยากได้รูปท่านฟรานเครื่องละรูปค่ะ”

ดวงตากลมโตสีฟ้าน่ารักกระพริบปริบ   “รูป...ของฟรานคุง?”

“ใช่ รูปของท่านฟราน”  บลูเบลอมยิ้ม ขณะที่พวกสาวๆที่ห้อมล้อมอยู่ก็พากันหน้าแดงตาม   “ปกติน่ะ พวกเราไม่มีวันได้ถ่ายรูปท่านฟรานในแบบที่ไม่ใช่ถ่ายแบบนี่นา บาจิลคุงก็รู้ไม่ใช่เหรอ? แต่ถ้าเป็นบาจิลคุงขอร้อง ท่านฟรานต้องยอมให้ถ่ายแน่ๆ ใช่ไหม?”

“เอ่อ...”

“บาจิลคุงไม่เห็นใจพวกเราเลยเหรอจ๊ะ?”
“แหม บาจิลคุงนี่ดีนะ เป็นเพื่อนกับท่านฟรานมาตั้งแต่เด็ก พูดคุยกับท่านฟรานได้อย่างปกติ ได้ใกล้ชิดท่านฟรานมากกว่าพวกเราซะอีกแน่ะ กับแค่เรื่องขอถ่ายรูปเนี่ย จะไม่ช่วยพวกเราหน่อยเหรอ?”

เขาเข้าใจความรู้สึกของพวกเธอดี ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วย ...แต่ว่า ก็มัน... บาจิลคิดทบทวนอย่างลังเลใจ ซักพักก็เงยหน้าขึ้น   “ครับ ผมจะลองขอร้องเขาดูนะครับ”

สิ้นเสียงตอบรับจากหนุ่มน้อยตัวเล็กตรงหน้า พวกเธอก็แทบจะกระโจนเข้ามาโอบกอดบาจิลจะแย่อยู่แล้ว บลูเบลจับมือบางขึ้นแล้วเขย่าๆอย่างดีใจ   “งั้นรบกวนด้วยนะ ถ้าไม่ได้วันนี้ก็ขอเป็นพรุ่งนี้ก็ได้นะจ๊ะ!”

“เอ่อ...อืม”

 
 
ยังไง ก็ลองถามดูก่อนก็แล้วกัน...

 
 
เนื่องจากอาคารเรียนนั้นเป็นตึกใหญ่ สูง และกว้างพอสมควร บนดาดฟ้าของอาคารเรียนจึงถูกดัดแปลงให้เป็นสวนหย่อม มีต้นไม้ ดอกไม้ ลานหญ้าเล็กๆ และมีม้านั่งพักผ่อนอยู่ด้วย ...กระนั้น ที่ดาดฟ้าก็ไม่ค่อยมีคนมาเท่าไหร่ เพราะทุกคนมักจะไปทานอาหารกลางวันกันที่โรงอาหาร หรือไม่ก็ตามร้านอาหารในเขตโรงเรียนเป็นส่วนมาก และที่สำคัญที่สุด หน้าประตูทางออกดาดฟ้าก็มี Gate Keeper ที่คุณแม่ของฟรานจ้างมาเฝ้าไว้ เพื่อไม่ให้แฟนคลับเข้าไปรบกวนการพักผ่อนของลูกชาย

 
เพราะฉะนั้น ที่นี่ จึงเป็นจุดนัดพบที่ดีที่สุดของฟรานกับบาจิล

 
มือบางค่อยๆเปิดประตูสู่ดาดฟ้าออกเมื่อมาถึงที่หมาย เรียวขาบางก้าวออกไปข้างหน้า ...ท้องนภาปลอดโปร่ง แดดไม่แรงมากจนเกินไป อีกทั้งต้นไม้ก็ผลิใบเขียวชอุ่มทอดเงากำบังแสงอรุณเบื้องบนไว้ สายลมพัดผ่านเย็นสบาย ...วันนี้อากาศดีไม่น้อย ...คนตัวเล็กอมยิ้มแล้วมองไปรอบๆเพื่อหาใครบางคน และนัยน์ตากลมโตสีเดียวกับสีของผืนนภาเบื้องบนก็พบเป้าหมาย

ร่างสูงเจ้าของแพรผมสั้นสีเขียวครามกำลังก้มหน้าก้มตาอ่านสมุดเล่มค่อนข้างหนาอยู่ ก่อนที่ภาพหน้ากระดาษจะมืดลงเพราะถูกฝ่ามือของคนที่แสนคุ้ยเคยเลื่อนมาปิดจากด้านหลัง ...รอมฝีปากบางคลี่ยิ้มน้อยๆขณะที่มือบางเลื่อนขึ้นจับมือน้อยคู่นั้นลงพลางหันใบหน้างามไปมอง  

“ขอโทษนะฟรานจัง รอนานไหม?”  บาจิลถาม ...ถ้าไม่ติดว่าโดนดักตัวไว้กลางทางก็คงมาถึงเร็วกว่านี้

ฟรานส่ายหน้าเบาๆ   “มากินข้าวเถอะ”

“อือ ^^”  คนตัวเล็กพยักหน้า แล้วรีบเดินมานั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกัน พลางมองดูคนข้างกายที่กำลังหันไปเอาข้าวกล่องมาเปิดและส่งให้ บาจิลมองดูกับข้าวในกล่อง ...กล่องแรกเป็นกล่องข้าวสวยนุ่มๆ โปรยด้วยผักสีเขียวที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ มีแครอทสีส้มที่ทำเป็นรูปปลาตัวเล็กๆ 2-3 ตัวอยู่บนข้าว มีพริกหวานที่ถูกตัดเป็นรูปใบบอนแล้วก็มีกบที่ทำจากถั่วปากอ้าสีเขียวนั่งอยู่บนใบบอนที่ทำจากพริกหวานนั้น อีกกล่องเป็นกล่องกับข้าว มียำสาหร่าย แซลมอนย่างซีอิ้ว เห็ดเข็มทองผัดเนย ทามาโกะยากิ มีแครอทต้มสีส้มที่ถูกเฉือนแต่งเป็นรูปดอกซากุระประดับ แล้วก็มีผลไม้อย่างกีวี่กับพวกผักสีเขียวซึ่งถูกต้มและปรุงรสเพื่อให้ทานง่ายเพื่อสุขภาพเรียงกันอย่างสวยงามน่ารักเสียจนไม่อยากจะคีบออกมากินให้เสียรูปการจัด ...เพราะฟรานรู้ว่าบาจิลเป็นคนกินง่ายไม่เรื่องมาก เลยใส่ทั้งผักและผลไม้ให้ในข้าวกล่องด้วย จะได้มีคุณค่าทางอาหารมากกว่ากินแค่เนื้ออย่างเดียว

บาจิลมองทั้งข้าวกล่องของตัวเองและข้าวกล่องของฟรานที่ทำมาเหมือนกันแล้วก็อมยิ้ม


 
 
ถ้าฟรานจังเป็นผู้หญิง คงมีคนอยากได้ไปเป็นเจ้าสาวเยอะแยะแน่ๆเลย ><
ทำข้าวกล่องน่ารักๆแทบไม่ซ้ำกันมาให้ทุกวันที่มาโรงเรียน
อยู่บ้านก็ทำอาหารอร่อยๆหลายอย่างให้กินเยอะแยะ

คิดแล้วก็รู้สึกไม่ดีนิดหน่อย เพราะตัวเราเองทำอะไรไม่ได้เรื่องซักอย่าง
ทำกับข้าวกับขนมก็ถูๆไถๆแถมรสชาติไม่เอาอ่าว ทำงานบ้านก็พอไปวัดไปวา
ส่วนมากต้องคอยให้ฟรานจังดูแลไปหมดทุกอย่างเลย...

บางที ก็กลัวว่าซักวันหนึ่งฟรานจังอาจจะเหนื่อยแล้วก็เบื่อกับการดูแลคนไม่เอาไหนแบบเราเหมือนกัน


 
 
ฟรานเห็นว่าบาจิลเอาแต่เหม่อลอยจ้องข้าวกล่องบนตักก็ทักขึ้น   “ไม่ชอบเหรอ ?”

ฟังคำถามเรียบๆนั้นแล้วคนตัวเล็กก็รีบหันไปมองด้วยรอยยิ้มกว้าง   “ก...ก็ฟรานจังจัดข้าวกล่องมาซะน่ารักขนาดนี้นี่นา! ถ้าจะคีบออกมากินก็เสียดายแย่เล- อุ๊บ!?” พูดไม่ทันจบประโยคดี ทามาโกะยากิรสหวานนุ่มก็ถูกป้อนใส่ปากคนตัวเล็กกว่า แม้จะไม่ทันตั้งตัวดี แต่บาจิลก็เคี้ยวๆแล้วกลืนลงไป   “อร่อย~ >w<”

“กินให้หมดด้วยนะ”  เจ้าของนัยน์ตาสีใบไม้กล่าวด้วยรอยยิ้มบาง ...หน้าตามีความสุขเวลาที่คนตัวเล็กกำลังกินอาหารที่เขาตั้งใจและใส่ใจทำนี่ จะดูกี่ทีๆก็ไม่เคยเบื่อเลยจริงๆ

 
เมื่อกี้เพิ่งพูดไปหยกๆว่าเสียดาย แต่ตอนนี้ ถ้าไม่ได้กินจะเสียดายมากกว่าอีก

 
บาจิลเริ่มลงมือทานข้าวกล่องบนตักอย่างร่าเริง ขณะกินก็เห็นว่าฟรานเอาหนังสือเล่มเดิมขึ้นมานั่งจ้องอีกแล้ว ...ดวงหน้าหวานชะโงกเข้าไปมองสคริปบทละคร ‘รักในม่านหมอก’  ละครเรื่องใหม่ที่เพิ่งออนแอร์ได้ไม่นานแล้วก็กำลังเรทติ้งดีสุดๆเลยด้วย ...แถมก็เป็นเรื่องที่ฟรานต้องเล่นคู่กับโคลมคนนั้นอีกแล้ว ...เนตรสีเขียวครามคู่งามชำเลืองมองดวงหน้าหวานที่ยื่นมามองบทละครที่กำลังท่องอยู่ ฝ่ามือบางก็ปิดหนังสือลงปั่บ ทำเอาบาจิลต้องละสายตาจากบทละคร แล้วยืดตัวนั่งตรงๆตามเดิม   “ข...ขอโทษนะฟรานจัง ...เป็นความลับเหรอ?”

“ใช่”  เสียงเรียบกล่าว ทำเอาอีกคนหน้าเสีย

“ขอโทษนะ...”  บาจิลพึมพำอย่างสำนึกผิดที่อยากรู้อยากเห็นมากเกินขอบเขต

“หึ...โกหกน่า”  ฟรานหัวเราะในลำคอเบาๆ  

คนตัวเล็กมุ่นคิ้วหันไปมอง  “อ้าว?”

ใบหน้างามหันมาสบกับดวงตาสีฟ้าน่ารักคู่นั้น ฝ่ามือบางยกขึ้นลูบแก้มใสแผ่วเบา ...ฟรานค่อยๆลดรอยยิ้มที่มีอยู่ลง จนใบหน้าแลดูเป็นนิ่งงันอย่างที่เป็นแบบนั้น ทว่า สายตาที่ทอดมองมา ก็ทำให้ร่างบางรับรู้ได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายกำลังมีความรู้สึกแบบไหน

“Meไม่อยากให้ดู ก็เพราะว่าถ้าดูแล้วบาจิลก็จะคิดมาก”

บาจิลทำหน้าสงสัย  “คิดมาก?” 

“อย่าบอกนะ ว่าไม่เคยคิดอะไรเลยเวลาที่ดูละครที่Meเล่นกับยัยนี่น่ะ?”  คำถามนี้จี้จุดได้อย่างตรงเลยทีเดียว ฟรานมองแววตาไหวๆนั่นแล้วก็ยิ่งเดาคำตอบได้ไม่ยาก

“ก...ก็”  บาจิลหลบสายตาคู่งามตรงหน้าแล้วอึกอัก ...จะบอกว่าคิดจริงๆก็ไม่ได้ ก็นี่มันเป็นงานของฟรานจัง ถ้าบอกออกไป ต้องโดนดุว่าเห็นแก่ตัวแน่ๆ...

ฟรานถอนหายใจเบาๆพลางเลื่อนมือไปโอบไหล่บาง โอบให้ดวงหน้าหวานพิงซบมายังแผ่นอกและลูบหัวอีกคนช้าๆ   “ก็เพราะว่าเป็นแบบนี้แหล่ะ Meถึงไม่อยากรับงานละคร ไม่อยากให้นายดูละครที่Meเล่น และที่ไม่อยากให้ดูบทนี่ก็เพราะMeกำลังเช็คดูว่ามีซีนไหนบ้างที่Meจะตัดออก”

“ซีนที่จะตัดออก?”  ดวงหน้าหวานแหงนขึ้นมองเจ้าของฝ่ามืออ่อนโยนที่กำลังลูบหัวตนอยู่ และฟรานก็เลื่อนดวงตาคู่งามลงมาสบ  

“อยากรู้เหรอว่าจะตัดซีนแบบไหนออก?”  คำถามนี้ทำเอาบาจิลลังเลใจนิดๆก็แต่พยักหน้าเบาๆเพราะแอบอยากรู้อยู่เหมือนกัน ...ปกติบาจิลเองก็ไม่ค่อยเห็นฟรานเอาบทออกมาอ่านให้เห็นเท่าไหร่ นานๆจะเห็นสักครั้ง และบาจิลก็ไม่ได้สนใจนัก เพราะส่วนมากก็รอดูตอนที่ละครออนแอร์เอาทีเดียวเลย ...เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กอยากจะรู้จริงๆ ริมฝีปากเรียบก็คลี่ยิ้มออกมาน้อยๆ ใบหน้างามซึ่งประดับด้วยพลอยสีเขียวคราม ก้มลงไปใกล้ทีละน้อย ฝ่ามือทั้ง 2 ประคองดวงหน้าหวานไว้ ปลายนิ้วหัวแม่มือเกลี่ยปรางค์แก้มนวลแผ่วเบา

 
กลีบปากนุ่มประทับจุมพิตลงไปแผ่วเบา

 
“อ...ฟ...ฟราน...จัง?”  เสียงใสพึมพำติดกลีบปากสีอ่อนซึ่งกำลังประทับจูบเรื่อยๆนั้น ดูเหมือนเสียงเรียกจะทำให้การกระทำชะงักลงน้อยๆแม้ว่าใบหน้าจะยังใกล้ชิด

ฟรานหรี่นัยน์ตาสีเขียวครามจดจ้องกับดวงตากลมโตสีหวานนั้น   “ก็ซีนแบบนี้ไง ...แล้วก็”  ใบหน้าขาวผ่องเอียงไปอีกทาง แล้วประกบกับริมฝีปากอิ่ม   “...แบบนี้”

เสียงเรียบทว่านุ่มนวลกระซิบขณะมอบจูบหวานดูดดื่มซ้ำๆ ซ้ำๆ ยิ่งถูกปรนเปรอจูบให้เรื่อยๆ หัวใจดวงน้อยก็เริ่มล่องลอย ทว่าขณะเคลิบเคลิ้มไปกับรสหวานละมุนนั้น ฟรานก็ผละออก บาจิลจึงค่อยๆปรือดวงตาขึ้นมองใบหน้างามซึ่งแนบชิดอยู่ตรงหน้า

“ตกลง ...จะให้Meตัดออกไหมล่ะ?” 

จะว่าไปแล้ว คนตัวเล็กไม่เคยเห็นฟรานจูบกับนางเอกในละครเลย จะมีบ้างก็เป็นมุมกล้องซึ่งดูออกได้ไม่ยาก ...ที่ไม่ค่อยมีให้เห็น ก็เพราะว่าฟรานจังเป็นคนคัดออกงั้นเหรอ? ...บาจิลเม้มริมฝีปากนิดๆ ก่อนจะเอ่ยถาม   “ทำไม ฟรานถึงตัดออกล่ะ? มันเป็นหนังรักนี่นา?”

มองแววตาซื่อๆนั้นแล้วฟรานก็ถอนหายใจเฮือกนึง  “จริงๆเล้ย”  ฝ่ามือบางซึ่งประคองดวงหน้าหวานไว้อยู่ยิ่งกระชับแน่น ก่อนที่จะหยิกแก้มทั้งสองข้างของบาจิลแล้วดึงๆจนคนตัวเล็กร้องโอดเพราะเจ็บ  

“โอ๊ยย อานอัง เอบอ๊ะ!” 

“แล้วอยากให้ Meไปจูบกับคนอื่นเหรอ?”  ร่างสูงถามแต่ยังไม่หยุดหยิกแก้มใสนั่น จนตอนนี้มันเริ่มแดงเป็นริ้วๆขึ้นมาแล้ว เนตรสีใบไม้มองดูบาจิลที่ส่ายหน้าไปน้ำตาเล็ดไป พอฟรานปล่อยมือออก คนตัวเล็กก็คลำแก้มแดงๆเพราะโดนหยิก แถมยังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมาซะให้ได้   “ว่าไง?”

อาจจะดูเห็นแก่ตัว แต่คำถามนั้นก็ทำให้บาจิลส่ายหน้าไปมาเบาๆ ...ถึงจะเป็นเพียงแค่บทในละคร แต่ก็แอบหวงอยู่จริงๆนี่นา ...ดูจากท่าทางแล้ว บาจิลคงลังเลที่จะให้คำตอบแก่เขาไม่น้อย แต่ก็เป็นคำตอบที่น่าพอใจล่ะนะ ...ฟรานลอบอมยิ้มน้อยๆที่มุมปากขณะสวมแขนโอบกอดร่างอบบางน้อยๆเข้าสู่อ้อมอก ปลายจมูกซุกๆเข้าที่ซอกคออุ่น ก่อนจะซบปลายคางลงบนไหล่ลาด

“ฟรานจังโกรธหรือเปล่าที่ฉันหวงไม่เป็นเรื่องแบบนี้...”   เสียงใสเอ่ยถามแผ่วเบา

เจ้าของแพรผมสีใบไม้ฟังคำถามแล้วก็เลิกคิ้วสีเดียวกับสีของเส้นผมขึ้นนิดๆ  “ถ้าคิดว่าMeโกรธ ก็ไถ่โทษมาสิ”

 
 
ไถ่โทษเหรอ?

 
 
นัยน์ตากลมโตสีเดียวกับสีของผืนนภามองสีหน้านิ่งงันของคนข้างกาย ฟรานเองก็มองดูแก้มที่แดงเพราะถูกเขาหยิกแล้วก็ยิ่งแดงมากกว่าเดิมเพราะคำสั่งให้ไถ่โทษของเขาเมื่อครู่ด้วยความเงียบโดยที่ไม่ละสายตาไปทางไหน ...บาจิลมองดวงหน้างามของเจ้าของแพรผมสีเขียวครามที ลดสายตาลงมองมือที่กำลังกุมกันไว้ที ...ไถ่โทษยังไงดีล่ะ? ...คนตัวเล็กคิดไปคิดมา คิดไปมองหน้าร่างสูงไปเป็นพักๆ

 
ริมฝีปากสีอ่อนเม้มนิดๆ ก่อนจะเคลื่อนขึ้นไปประทับรอยจุมพิตที่แก้มเนียนของหนุ่มน้อยนัยน์ตาสีใบไม้หนึ่งที

 
คิ้วสีเดียวกับสีของดวงตาเลิกขึ้นนิดๆ ขณะที่ร่างบางแพรผมสีกาแฟลดตัวนั่งลงข้างๆตามเดิม ...บาจิลในเวลาปกติจะขี้อายไม่น้อยกับเรื่องแบบนี้หากต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่ถ้าหากเป็นบาจิลที่ไม่มีเค้าเคียงข้างเพราะเขาต้องไปทำงานค้างแรมที่ต่างจังหวัด เต็มที่ไม่เกินอาทิตย์เดียว พอได้กลับมาอยู่ด้วยกัน คนตัวเล็กก็จะเข้ามาพะเน้าพะนอออดอ้อนเขาราวกับลูกแมวตัวน้อยแสนเชื่องเลยทีเดียว

 
 
ไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ ...ไม่เปลี่ยนไปจากตอนที่เขาต้องคอยดูแลในฐานะพ่อบ้านประจำตำหนักนั่น

 
 
นัยน์ตาสีเขียวครามหรี่ลงน้อยๆขณะที่มโนภาพในอดีตซึ่งล่วงเลยผ่านมานานแสนนานนั้นผุดขึ้นมา ...ภาพที่เขาเห็นตรงหน้า เป็นภาพทับซ้อนของบาจิลในปัจจุบันและบาจิลในอดีต ...บาจิลในชุดกิโมโน 12 ชั้นแบบญี่ปุ่นโบราณที่กำลังหน้าแดงๆเขินอายเวลาที่ถูกเขาสัมผัสเหมือนกันกับบาจิลในตอนนี้ 

“ฟรานจัง?”

...ท่านฟราน...

“บางที ถ้านายจำอะไรๆได้บ้างซักนิด...ก็คงจะดี”  เสียงนุ่มนวลกล่าวพอได้ยิน เป็นคำพูดที่ทำให้ดวงหน้าหวานออกอาการสงสัย ฟรานเกลี่ยปลายนิ้วไล้เบาๆไปตามปรางค์แก้มใสสีเลือดฝาดอย่างนุ่มนวลทะนุถนอม ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปปัดปอยผมสีกาแฟซึ่งบดบังดวงตากลมโตสีงามอีกข้างออก  ...หนุ่มน้อยเจ้าของนัยน์ตาสีใบไม้ประทับจุมพิตแนบแน่นยังหน้าผากมน ปลายจมูกโด่งไล้ลงมาตามสันจมูกของร่างน้อยช้าๆ และหยุดลงเมื่อหน้าผากแนบกัน

“ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ...Meจะรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้”

“สัญญา?”

นัยน์ตาคู่งามราวกับพลอยเป็นประกายสบกันเนิ่นนาน ...ฟรานคลี่ยิ้มบางๆ ทว่าแสนอ่อนโยนและอบอุ่นที่สุดให้แก่คนตรงหน้า


‘ก็ข้าสัญญาไว้แล้วนี่นา ว่าข้าจะอยู่ข้างๆเจ้าตลอดไป’


“สัญญา ...ว่าจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไปยังไงล่ะ”

 
สำหรับคนอื่นแล้ว คำพูดแสนอ่อนโยนนี้อาจจะหาฟังได้ยากหรือแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าเจ้าชายเย็นชาคนนี้จะเอ่ยอะไรแบบนี้ออกมาได้ ทว่าสำหรับบาจิลแล้ว คำพูดนี้ คนตัวเล็กได้ยินมันมานับครั้งไม่ถ้วน ...คำพูดที่ทำให้อบอุ่นในหัวใจได้อย่างประหลาดนัก คำพูดที่แสนคุ้นหู คุ้นมากๆเสียใจรู้สึกแปลกๆในหัวใจ ..ไม่ใช่เพราะว่าได้ยินฟรานบอกแบบนี้ซ้ำๆมาตั้งแต่พบกันครั้งแรก มันมากกว่านั้น ...มากกว่าได้ยินซ้ำๆ

 
ราวกับว่าได้ยินมานานมากแล้ว
นานมากๆ... แต่ก็นึกไม่ออก

 
เฉกเช่นรสจูบแสนลึกล้ำที่มอบให้กันและกันตอนนี้ ...จูบซ้ำๆเพื่อตอกย้ำคำพูดแสนจริงใจเมื่อครู่... ตอกย้ำแนบแน่นเสียจนใบหน้าของทั้ง 2 แทบจะแนบเป็นเนื้อเดียวกัน น้ำหนักที่ค่อยๆกดทับลงมาเรื่อยๆทำให้แผ่นหลังบอบบางค่อยๆเอนลงบนม้านั่งสีขาวสะอาดซึ่งกำลังนั่งอยู่นั้น พร้อมกับริมฝีปากสีระรื่อที่ถูกถอดถอนออกไปจนเกิดเสียงประสานซึ่งถูกหน่วงรั้งดูดเม้มกันอยู่นั้น

“แฮ่ก แฮ่ก...”  นัยน์ตาสีนภาหวานฉ่ำปรือมองดวงหน้างามของเด็กหนุ่มผมสีเขียวครามแปลกตาซึ่งทาบทามตนอยู่เบื้องบน และต้องหรี่ลงอีกครั้งเมื่อใบหน้านิ่งงันซึ่งประดับด้วยพลอยสีใบไม้คู่นั้นโน้มลงมาหา

 
 
โครกกกกกกกกกกก~

!?

O///O

 
 
เสียงที่ดังขึ้นทำให้อารมณ์ปรารถนาเมื่อครู่ชะงักลง ฟรานเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ ขณะที่คนตัวเล็กยิ้มอายๆ   “...คือ...ฉัน”

จะว่าไปแล้วบาจิลก็เพิ่งกินข้าวไปได้แค่คำสองคำเอง ฟรานถอนหายใจเบาๆพลางคลี่ยิ้มบาง เด็กหนุ่มลุกขึ้นและประคองให้ร่างใต้อาณัติลุกขึ้นมาด้วย ...มือบางคีบแซลม่อนย่างซิ้วขึ้นมาป้อนให้   “กินเยอะๆล่ะ”

“อือ >///<”  บาจิลรับกับข้าวที่อีกฝ่ายป้อนให้พลางเคี้ยวๆ ...ท้องดันมาร้องตอนนี้ซะได้ น่าอายจริงๆเลย >///<

ฟรานมองร่างบางเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าน่ารักที่กำลังกินข้าวกล่องไปหน้าแดงไป ก็แอบอมยิ้มขำๆ ...หลังจากนั้น ทั้ง 2 คนก็กินข้าวกล่องด้วยกัน พูดคุยกันไปอย่างมีความสุขดังเช่นทุกวัน


 
 
และหวังว่ามันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป..


 
 
 
 
 
 
 
 
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ออดเลิกเรียนดังขึ้นได้ไม่นาน และเมื่ออาจารย์ประจำคาบสุดท้ายก้าวออกไปจากห้อง นักเรียนก็พากันเก็บข้าวของสะพายเป้เตรียมตัวกลับบ้านกันเสียที ...คนตัวเล็กเก็บสมุดหนังสือบนโต๊ะไปหน้าบานไป เพราะวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสุขสุดๆไปเลย...อาการยิ้มหน้าบานเป็นโลมาได้น้ำแบบนั้นทำให้คนที่มองดูอยู่เคืองหน่อยๆ เพราะถูกสาวๆกักตัวไว้ตอนพักเที่ยงทำให้เขาไปไหนไม่ได้เลย แล้วคนตัวเล็กที่กำลังทำหน้าตาหลั่นล๊าซะเหลือเกินในตอนนี้ก็ชิ่งหนีเค้าไปได้ ...คงรีบไปหาเจ้าไอดอลหัวเขียวนั่นสินะ? ถึงได้หน้าบานกลับมาได้ขนาดนี้  


เห็นแล้วหงุดหงิด


และดูเหมือนว่าบาจิลจะมีความสุขเสียจนลืมไปว่าตอนนี้เขาจะได้กลับบ้านกับฟรานแค่ 2 คนเหมือนอย่างที่ผ่านมาแล้ว เพราะตอนนี้มีอีกคนที่กำลังเดินตามหลังมาติดๆ เมื่อก้าวเข้าไปหาได้ในระยะประชิด มือใหญ่ก็คว้าหมั่บเข้าที่แขนบางเต็มเหนี่ยว ทำเดอาคนตัวเล็กที่กำลังซอยเท้าเดินอยู่ต้องถอยหลังกลับไปสองสามก้าว ...คิ้วโค้งได้รูปขมวดมุ่น และดวงหน้าหวานซึ่งประดับด้วยพลอยสีฟ้าเม็ดงามก็หันกลับไปมอง

“ปล่อยผมนะ”  บาจิลพยายามดึงแขนของตนออกจากมือใหญ่นั้น  แต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆ

สึนะออกแรงกระชากเบาๆ แต่ก็ทำให้ร่างบางต้องก้าวเข้ามาชิดตามแรงนั้น ...นัยน์เนตรสีน้ำตาลคู่คมสบกับอัญมณีน้ำงามสีนภาที่ออกอาการโกรธอย่างเห็นได้ชัดเพียงครู่ มือใหญ่เลื่อนจากแขนลงไปยังข้อมือ แล้วออกดึงบาจิลต้องเดินตามหลังต้อยๆโดยไม่สนใจเสียงทักท้วงที่ดังมาแว่วๆ และไม่สนใจแรงรั้งให้หลุดจากการเกาะกุมของเขา

“คุณซาวาดะ!”  บาจิลพยายามสะบัดๆแต่ก็ไม่หลุด คนตัวเล็กเริ่มทำหน้าเบ้   “คุณซาวาดะปล่อยผมนะ จะลากผมไปไหน ผมจะกลับบ้าน!”

“ก็กำลังกลับบ้านอยู่นี่ไง”  สึนะตอบเสียงเรียบโดยไม่หันไปมองและยิ่งดึงให้อีกคนต้องซอยเท้าเดิมตามเรื่อยๆ

“แต่ผมสัญญากับฟรานจังไว้แล้วว่าผมจะรอฟรานจัง แล้วจะกลับบ้านพร้อมกัน!”  บาจิลเริ่มโวยวาย เพราะตอนนี้ถูกลากออกจากไกลจากรั้วโรงเรียนพอสมควร  ...เพราะวันนี้ฟรานมีซ้อมเชลโล่ในตอนเย็น ก็เลยอาจจะกลับช้า แต่บาจิลก็สัญญาว่าจะไปหา และจะกลับด้วยกัน เพราะถ้าเป็นตอนเย็น ที่โรงเรียนก็แทบไม่มีคนอยู่แล้ว ...แต่คนๆนี้

ดันลากเขาออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ไม่ยอมฟังอะไร เอาแต่ใจ นิสัยเสียที่สุดเลย!

“ปล่อยผมนะครับ!”
“……..”
“คุณซาวาดะ!!”
“…….”
“คุณซาวาดะ ผมบอกให้ปล่อยไงครั----!!?”

 
 
ตึง!?


 
เสียงใสขาดหายไปทันทีเมื่อแผ่นหลังบางกระทบเข้ากับกำแพงใกล้ๆ และลำแขนทั้ง 2 ข้างของชายหนุ่มก็ยกขึ้นมากักกั้นหนุ่มน้อยเจ้าของดวงหน้าหวานเอาไว้ ครั้งแรก บาจิลกะจะต่อว่าที่ทำให้ตนทั้งตกใจทั้งกลัว แต่พอเงยหน้าขึ้นสบกับใบหน้าคมคายซึ่งระไปด้วยเส้นผมฟูฟ่องสีน้ำตาลนั่นแล้วก็ต้องหยุดความคิดเมื่อครู่ลง

...ดวงตาสีน้ำตาลคู่คม กับแววตาที่ซ่อนเร้นความลึกลับอะไรบางอย่างเอาไว้คู่นั้น กำลังจ้องมา ...จ้องสบ เสียจนราวกับจะมองทะลุเข้าไปข้างในตัวเรา ...สายตาแบบนี้ ก็ทำให้รู้สึกคุ้นขึ้นมาอีกแล้ว ...คุ้นเหมือนกับบางเวลาที่ได้อยู่กับฟรานจังแล้วจะมีความรู้สึกแบบนี้


แต่ว่า ...มันแตกต่าง

แตกต่าง...


ริมฝีปากได้รูปเผยอขึ้น    “ฉันเคยบอกแล้วนะ ว่าให้เรียกฉันว่า สึนะ

ใบหน้าคมคายซึ่งมีพลอยสีเพทายคู่งามประดับอยู่ยังคงจ้องมองดวงหน้าหวานที่ตอนนี้เริ่มออกอาการซีดลงเรื่อยๆนั้น และบาจิลก็หลบสายตาไปอีกทาง ...ราวกับไม่อยากมอง ...มือใหญ่ข้างนึงปล่อยออกจากกำแพงที่ใช้ค้ำยันอยู่ แล้วจับปลายคางให้คนตัวเล็กกว่าหันกลับมาทางตน   

 
 
ตัวสั่นขนาดนี้เชียว?
กลัวเขางั้นเหรอ?

กลัว ...หรือว่าเกลียดจนไม่อยากมองหน้า ?

 
 
บาจิลเม้มปากนิดๆแล้วสะบัดหน้ากลับไปทางเดิม และสึนะก็จับให้หันมาอีกจนได้ เมื่อหันหน้าหนีไม่ได้ นัยน์ตากลมโตสีนภาจึงเลื่อนไปอีกทาง ...ร่างสูงก้มลงไปหาใกล้ๆ  “มองฉัน”

“ไม่ครับ”

“ทำไม?”

 
…มองข้าสิ ...

 
ยิ่งเห็นว่านัยน์ตากลมโตคู่งามคู่นั้นไม่ยอมเลื่อนกลับมาหา ก็ยิ่งหน่วงในอกขึ้นมาแปลกๆ ความรู้สึกแบบนี้มัน ...อะไรกัน?

มือใหญ่ซึ่งใช้ทาบพิงกำแพงไว้ค่อยๆกำขยุ้มแน่น ...ใบหน้าคมคายก้มลงต่ำ  “...ทำไมกันล่ะ?”

เสียงพึมพำสั่นๆ รวมทั้งท่าทีที่แปลกไปของชายหนุ่มที่กักตนไว้ด้วยแขนทั้ง 2 ข้างทำให้บาจิลเลื่อนสายตากลับไปมองอย่างข้องใจ   “ผมต่างหากที่ต้องถามว่า ทำไมคุณต้องมายุ่งกับผมด้วย?”

ใบหน้าที่ก้มลงต่ำเสียจนแทบติดอกของร่างน้อยในวงแขนค่อยๆเงยขึ้น ...จนใบหน้าตรงกัน... เนตรสีเพทายชำเลืองขึ้นสบกับดวงแก้วสีนภาคู่งามนั้น ...แววตาที่ดูเจ้าเล่ห์น่ากลัวเมื่อครู่หายไป กลับกลายเป็นแววตาที่มีประกายเศร้าสร้อยโหยหาขึ้นมาทดแทน

เศร้า...จนบรรยายไม่ถูก

สึนะลูบใช้มืออีกข้างลูบแพรผมอ่อนนิ่มสีกาแฟของคนตัวเล็กเบาๆ ก่อนจะเกลี่ยลงมาตามพวงแก้มนวล ...โดยที่ยังไม่ยอมละสายตาไปไหน และยังคงใช้แววตาแสนโหยหานั้นจดจ้องอย่างไม่วางตา

“...เทพธิดาตัวน้อย ...ของข้า”  เสียงทุ้มพึมพำพอได้ยิน ก่อนที่สึนะจะเอียงใบหน้าก้มลงไปประชิด

“คุ...คุณส...สึนะ!?”  คนตัวเล็กตกใจ รีบผลักหน้าอีกคนออกทันที บาจิลดันตัวสึนะออกแล้วรีบถอยออกห่าง ...คนๆนี้ชอบฉวยโอกาส ไม่ดีแน่ ต้องรีบกลับไปหาฟรานจัง!   ...ร่างบางคิดได้ดังนั้นแล้วง ก็ควักกุยแจโยนให้อีกคน ที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมโดยไม่ตามมากวนใจเหมือนตอนเช้า  “นี่กุญแจบ้าน แล้วช่วยขนของของคุณออกมาจากห้องผมด้วย!”

แผ่นหลังเล็กๆค่อยๆไกลออกไปตามฝีเท้าที่กำลังวิ่งหนีออกห่าง กระทั่งลับหายไป ...โดยมีสายตาคู่เดิมมองตามจนลับ ...กระทั่งสายลมหวีดหวิวพัดผ่านไปบางเบา ทำให้เส้นผมสีน้ำตาลฟูฟ่องลู่พลิ้ว ดวงตาสีเพทายคู่นั้นก็กลับมามีประกายอีกครั้ง ...สึนะยืนเหม่อลอยอยู่ได้ซักพัก ก่อนจะมองเห็นของบางสิ่งที่ตกอยู่ปลายเท้า

เป็นลูกกุญแจที่ห้อยด้วยตุ๊กตาปลาโลมาสีฟ้าตัวเล็ก

ร่างสูงกระพริบตาเบาๆ ก่อนจะก้มลงเก็บขึ้นมา และทอดมองเจ้าปลาโลมาสีฟ้าน่ารักบนฝ่ามือ   “เจ้านั่น... ทำกุญแจตกไว้เหรอเนี่ย?”

 
 
 
ว่าแต่ เมื่อกี้มันอะไรกัน?

เหมือนกับว่าทำอะไรไป แต่จำไม่ได้ ....ไม่สิ จำได้ลางๆแบบไม่ค่อยเข้าใจมากกว่า?

แล้วยัง ...สิ่งที่เค้าพูดออกไปนั่น

 
 
ใบหน้าคมคายค่อยๆเงยขึ้นมองไปบนท้องนภายามเย็นที่ตอนนี้มันแปรเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีส้มอุ่นตา 
 
 
 
“เทพธิดาตัวน้อย...?”

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
TBC....
 
อากาศค่อนข้างแปรปรวน ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ขอบคุณที่แวะเวียนมาอ่านและคอมเม้นท์ให้กันเน้่อ
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ฟราน...
หวานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
หวานไปไหนอ่ะค่ะ ท่านฟรานนนน

ขนาดบทยังไม่ให้อ่านเพราะกลัวบาจิลจะคิดมาก
น่ารักไปมั้ยคะท่าน

ส่วนอิหนูบาจิลน่ารักมากๆ
บาจิลใจกว้างจริงๆ จะมีกี่คนกันที่ยอมอย่างนี้
ใครมีแฟนแบบบาจิลนี่น่าอิจฉาสุดๆ ไปเลย

ฟรานยังไม่ลืมคำสัญญา และยังทำตามอย่างดีด้วย
เป็นอย่างนี้แล้วจะให้แม่ยกไม่ยกคู่นี้ต่อไปได้ยังไงล่ะค้าาา

ตอนนี้อ่านๆ ไปหมั่นไส้สึนะอีกแล้ว (แล้วมีตอนนี้ไหนบ้างที่หมั่นไส้ - -) จู่ๆ ไปดึงบาจิลแบบนั้นได้ไงย่ะ ยิ่งคนเขามีเจ้าของแล้วด้วย ชิ!
มีสงสารนิดๆ แต่ก็นะ ทำกับเขาไว้มากนี่ จะให้เขามารักได้ยังไงล่ะ

ดูเหมือนคนที่จำได้มากที่สุดคือฟราน รองมาก็สึนะ แต่ทำไมบาจิลถึงจำไม่ได้เลยนะ เหลือเพียงแค่ความรู้สึกที่จำได้ลางๆ เท่านั้น

รอตอนต่อไปค่า
big smile

#5 By karnalone on 2011-06-11 10:54

ตอนนี้คุณกบน่ารักมากค่ะ ทำข้าวกล่องมาให้บาจิลด้วย > <
(เอ่อ ได้ข่าวเอ็งเชียร์บอสหอย)

แอร๊ยๆๆ กลับมาๆๆ

โอเค

บอสขราสู้ๆนะคะ ชาติที่แล้วโดนบาจิลเกลียด ชาตินี้ก็โดนเกลียดอีก ท่านหอยคะ สู้ๆนะคะ

#4 By Jamie (180.180.137.142) on 2011-04-23 23:44

#3 By #~ziince memoriic~# on 2011-04-14 08:21

สึคุงโดนเกลียดอีกแล้ว โดนไล่ออกจากบ้านอีกต่างหาก(ยังไม่รุ้ตัวว่าโดนไล่อีก)
นายก็ไม่น่ารุกโลมาน้อยเอาเสียเลย งานนี้หมดหวังแหงแซะ

#2 By nikozzz (223.207.129.48) on 2011-04-14 00:30

โอ้วววววว =[]= กรี๊ด //ทุบโต๊ะป๊าปๆ(?)

ท่านฟรานขราสุดยอดดดดดดด //ยกนิ้ว+กระทืบไลค์

ทำไมมีอิหนูจำไม่ได้อยู่คนเดียวล่ะเนี่ย T^T

ว่าแต่พอมานั่งอ่านดีๆ ไอ้(?)ซือกับท่าน(?)ฟรานขรานี่เหมือนเดิมเป๊ะๆ อดีตและปัจจุบัน //ดูสรรพนามที่แตกต่าง

ติดตามค่าาาาา ~!

big smile

#1 By zeraphy.☺' on 2011-04-11 18:57